“วรศิษฎ์” ทดลองบินโดรนต้นแบบใช้สำรวจที่ดิน ชาวบ้านรุมชมป้อตัวจริงหล่อกว่าในทีวี เผย รอกฤษฎีกาให้คำแนะนำเรียกเงินคืนจากผู้โกงสอบท้องถิ่น คาด ป.ป.ช. ชี้มูลเดือน พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 2 พ.ย. 2569 ที่ จ.หนองคาย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการ อบต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย ติดตามโครงการ System Smart City และการใช้โดรน สำรวจ จัดเก็บ ปรับปรุงข้อมูลการจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง
ทันทีที่มาถึงนายวรศิษฎ์ ได้เดินตรวจแถวชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ก่อนจะทักทายชาวบ้าน โดยชาวบ้านได้นำดอกกุหลาบมามอบให้ พร้อมผูกผ้าขาวม้าที่เอวนายวรศิษฎ์ เพื่อเป็นการต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ช่วงหนึ่งชาวบ้านถึงกับชมว่านายวรศิษฎ์ หล่อมาก และตัวจริงหล่อกว่าในทีวี
โดยนายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาดูเรื่องของการใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรน ในการสำรวจพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลภาษี ซึ่งปรากฏว่า ได้ผลดี อะไรที่เราตกหล่นก็สามารถใช้โดรนเก็บข้อมูลได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้เก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น
จากนั้นนายวรศิษฎ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม และได้เยี่ยมชมการสาธิตบินโดรนสำหรับการสำรวจ จัดเก็บข้อมูลภาษีที่ดิน และยังได้ทดลองบินโดรนด้วยตัวเอง พร้อมสอบถามถึงขั้นตอนการเก็บข้อมูลของโดรน ระยะเวลาในการบินแต่ละครั้ง และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
รอกฤษฎีกา ให้คำแนะนำเรียกเงินคืนจากผู้โกงสอบท้องถิ่น
นายวรศิษฎ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามเรียกคืนเงินเดือน เงินตอบแทน และสวัสดิการจากผู้ที่มีชื่อทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นว่า การประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ได้มีมติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาในการเรียกเงินคืนสำหรับผู้ที่ทุจริตสอบ เพื่อเตรียมไว้เป็นกระบวนการ เมื่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการชี้มูลเสร็จแล้ว สั่งฟ้องเสร็จแล้ว ใครที่เข้าข่ายการทุจริตเราก็ต้องเรียกเงินคืนทั้งหมด เพราะต้องถือว่าการบรรจุตั้งแต่ครั้งแรกไม่ควร ไม่ใช่ฐานะที่แท้จริง เพราะฉะนั้นต้องเตรียมกระบวนการตั้งไว้ เมื่อเสร็จแล้วเราจะได้เรียกเงินคืน
เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องรอขั้นตอน ป.ป.ช. ชี้มูลก่อน ถึงจะเรียกเงินคืนได้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังรอทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบกลับมาว่า สามารถทำได้ทันทีเลยหรือไม่ หรือต้องรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลเรียบร้อยก่อน เพราะทุกอย่างจะได้เป็นไปตามข้อกฎหมายจริงๆ ด้วยความที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากและมีความละเอียดอ่อนสูงมาก ฉะนั้นในการปฏิบัติไม่เช่นนั้น ผู้ปฏิบัติจะไปมีประเด็นหรือมีปัญหาเพิ่มเติมเข้าไปอีก จะยิ่งไปกันใหญ่
เมื่อถามว่า เบื้องต้นจำนวนเงินตรงนี้ประมาณเท่าไหร่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ได้รับรายงาน แต่เฉพาะของคนที่ถูกเพิกถอนไป เกือบ 4 พันคน เราต้องนับดูว่ากี่เดือน เดือนละ 15,000-16,000 บาท ก็จะเห็นเป็นตัวเลขได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการรวบรวม
เมื่อถามถึงการขึ้นแบล็คลิสต์ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ก็ต้องขึ้นแบล็คลิสต์แม้ว่าวันนี้ ป.ป.ช. จะยังไม่มีการสั่งฟ้อง แต่เบื้องต้นเราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปแล้วเช่นกันว่าผู้ที่ทำการสอบและมีคะแนนผิดปกติมีใครบ้าง มีพฤติกรรมการทุจริตแบบไหน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบ และยิ่ง ป.ป.ช. มีการสั่งฟ้องก็จะยิ่งมีการอัปเดตส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้จำนวนเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้มีอำนาจในการชี้อยู่แล้ว ต้องรอ ป.ป.ช. ทำการไต่สวนอยู่ ซึ่งจะชี้มูลตามที่ ป.ป.ช. รายงานมา โดยมีกำหนดคือ เดือน พ.ย.นี้ ซึ่งคิดว่าคงจะเร็วๆ นี้
ภาพ : เอกลักษณ์ ไม่น้อย
ที่มา: ไทยรัฐ