นายกฯ โต้ล็อกสเปกโซลาร์ประชาชน ย้ำรายชื่อ 120 บริษัทแค่ผู้มีสิทธิ์ซื้อซอง ยังไม่ใช่ผู้ได้งาน ลั่นไม่มีหักหัวคิว ใครทำ “หักคอ” แน่ พร้อมกำชับสื่อกรองข้อมูลก่อนตั้งคำถาม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์เพื่อประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์เรื่องการกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย รวมถึงข้อสังเกตว่ามีบริษัท 60 แห่งใช้ที่อยู่ซ้ำกัน และอีกกว่า 120 บริษัทมีรายชื่อผู้ถือหุ้นสลับกันว่า ขออย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับรายชื่อหรือจำนวนบริษัทที่ปรากฏ เพราะมีทั้งฝ่ายที่มองว่าบริษัทมากกว่า 100 แห่งยังน้อยเกินไป และฝ่ายที่เห็นว่าบริษัท 60 แห่งมากเกินไป ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้แตกต่างกัน โดยในการประมูลงานที่ผ่านมา มักไม่เห็นบริษัทเข้าร่วมเกิน 20-30 ราย ตราบใดที่มีรายชื่อผู้ประกอบการ (Vendor List) และขณะนี้รายชื่อบริษัทที่ปรากฏเป็นเพียงผู้มีสิทธิ์ซื้อซองประมูล ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องและแสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลเท่านั้น ยังไม่ได้หมายความว่าบริษัทเหล่านั้นจะได้รับงานไปดำเนินการ
ทั้งนี้ หากพบรายชื่อบริษัทซ้ำกัน นายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบคุณสมบัติหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่อาจต้องเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง นายอนุทิน ระบุว่า ต้องพิจารณาก่อนว่ามีข้อห้ามตามหลักเกณฑ์หรือไม่ เนื่องจากบริษัทเป็นนิติบุคคล จึงต้องตรวจสอบว่ากติกากำหนดเรื่องกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไขว้ไว้อย่างไร พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า การร้องเรียนเกี่ยวกับการประมูลส่วนใหญ่ต้องพิจารณาที่เงื่อนไขเฉพาะเจาะจง หากมีการกำหนดคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมหรือมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ โดยกรมบัญชีกลางเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และยืนยันว่า ในรัฐบาลชุดที่ตนบริหารจะไม่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เพราะไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ โดยกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “You know that I know that you know that I know” เพื่อสื่อว่าหน่วยงานต่าง ๆ ทราบดีว่าตนติดตามและรับรู้การทำงานอย่างใกล้ชิด ส่วนข้อกล่าวหาว่าอาจมีการเรียกเก็บเงินหรือหักหัวคิวจากบริษัทผู้ประกอบการรายย่อย นายอนุทินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ไม่มี ถ้าใครทำผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ”
ก่อนขึ้นรถ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามรายละเอียดจากผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นการเรียกหัวคิวเพิ่มเติม และชี้แจงว่า ขณะนี้โครงการยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคา แล้วจะมีการเรียกหัวคิวได้อย่างไร เนื่องจากประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ประกอบการเอง พร้อมขอให้สื่อมวลชนกลั่นกรองข้อมูลก่อนตั้งคำถาม โดยย้ำว่าโครงการยังไม่เริ่มดำเนินการ แต่หากพบว่ามีการทุจริตจริงก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบข้อสงสัยล่วงหน้าเป็นเรื่องดีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า โครงการมีการตรวจสอบและคัดกรองจากผู้ว่าการการไฟฟ้า รวมถึงมีคณะกรรมการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล จึงเชื่อว่าผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง
นายอนุทิน ระบุว่า โครงการโซลาร์เพื่อประชาชนเป็นโครงการที่มีผู้ติดตามตรวจสอบจำนวนมาก และไม่ได้ดำเนินการเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นสุด แต่เป็นโครงการที่ดำเนินการตลอดทั้งปี มีประชาชนได้รับประโยชน์ในวงกว้าง โดยตั้งเป้าครอบคลุมถึง 1 ล้านหลังคาเรือน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนเงินจำนวน 50,000 บาทต่อราย ขณะที่ประชาชนต้องร่วมลงทุนด้วย จึงจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและงบประมาณของรัฐให้ดีที่สุด ทุกขั้นตอนต้องดำเนินการด้วยความสุจริตและโปร่งใส
ส่วนกรณีที่มีการพุ่งเป้าตรวจสอบมาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้อาจเป็นลักษณะของการตื่นตระหนกเกินไป โดยตนมองเพียงว่าผู้ที่ได้รับงานต้องได้รับงานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่าจะกำกับดูแลโครงการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: INN