มทบ.12 บินโดรนบินสำรวจ สนามวิ่งเทรล "ก๊อต อธิป" พบบุกรุกชัดเจน

มทบ.12 บินโดรนบินสำรวจ สนามวิ่งเทรล "ก๊อต อธิป" พบบุกรุกชัดเจน

2 พ.ย. 2569 ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ศตวรรษ อินทร์กง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ บริเวณสนามเทรล "TRAIL AND BEAN base camp" ที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อทำการสำรวจพื้นที่ราชพัสดุ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับบินสํารวจ ที่มีปัญหาการบุกรุก โดยเฉพาะกรณีของ นายอธิป อนันทวรรณ หรือ ก๊อต สามีของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ก่อนหน้านี้ปรากฏหลักฐานการซื้อขายที่ดินราชพัสดุ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 23 ไร่ และมทบ.12 ได้แจ้งความดำเนินคดีในฐานบุกรุกไว้แล้ว

โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้โดรนของเอกชนซึ่งใช้เทคโนโลยี Lidar และเริ่มทำการบินสำรวจโดยใช้จุดศูนย์กลางบริเวณลานจอดรถ จากขึ้นบินในรัศมี 5กิโลเมตรตามแนวเขา และพบว่าพื้นที่ของนายอธิป มีลักษณะของการบุกรุกชัดเจน ทั้งการทำสนามทางวิ่งเทรล การสร้างบ่อน้ำ จากพื้นที่ลานจอดรถไป ระยะทาง 370 เมตร และการวางถังน้ำ ระยะทางจากลานจอดรถไป 350 เมตร รวมถึงการทำลานกางเต็นท์ ที่เชื่อมต่อกับเส้นทางวิ่งเทรล ระยะทางห่างจากลานจอดรถ 519 เมตร

นอกจากนี้ยังพบพื้นที่ห่างออกไปจากลานจอดรถค่อนไปทางซ้ายของภูเขา ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร พบลักษณะการบุกรุกในการทำลานกางเต็นท์ เมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2568 ซึ่งเป็นเอกชนคนละเจ้ากับของนายอธิป โดยจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของกิจการลานกางเต็นท์แห่งนี้ ปิดเพจ และทำการปิดพื้นที่ทำไม้กั้นล็อกไว้ และหยุดทำการไปเป็นปีแล้วโดยปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่รกร้าง ส่วนบ้านที่เป็นหลังคาสีแดงที่ทีการบุกรุก เป็น 1 ใน 14 คดี ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้และรอทำการรื้อถอน

พล.ต.ศตวรรษ ระบุว่า ภาพรวมของหน่วยที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ จ.นครนายก กว่า 60,000 ไร่ โดยโรงเรียน จปร. ใช้ประโยชน์และดูแลพื้นที่ ซึ่งในตำบลศรีกะอาง เคยดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไปแล่ว 14 คดี สิ้นสุดแล้ว 7 คดี เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 7 คดี ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ (สนามวิ่งเทรล) เป็นพื้นที่สนใจ โดยทหารไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเป็นประเด็นได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ และหน่วยทหารในพื้นที่ เข้ามาทำการสอบ และพบการบุกรุกจริง โดยได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ววันที่ 27 ต.ค. และเมื่อร้องทุกข์กล่าวโทษก็นำมาสู่วันนี้

"แม่ทัพภาคที่1 มีความห่วงใยเลยให้หน่วยทำการสำรวจและได้รับการสนับสนุนจากโดรนบริษัท หนึ่ง สาม สโตร์ โดยจุดที่บินสำรวจ คือพื้นที่มีปัญหาที่เป็นประเด็น คือเน้นทางด้านแนวเขา เพราะพื้นราบมีการลาดตระเวนเป็นประจำ และใช้รัศมีการบิน 5 กิโลเมตร และได้รับรายงานว่า อาจจะมีการบุกรุกบริเวณบนยอดเขา เดี๋ยวจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนพื้นที่เท่าไรกี่ไร้ ที่ทำการบุกรุก ขอทำการตรวจสอบโดยละเอียดก่อน แต่ลักษณะพื้นที่ ที่บุกรุกเป็นพื้นราบมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา"

เมื่อถามว่า แนวที่ตรวจพบการบุกรุกเป็นแนวเก่าหรือใหม่นั้น พล.ต.ศตวรรษ ระบุว่า ในพื้นที่ที่เป็นประเด็น (สนามวิ่งเทรล) เมื่อต้นปี 2568 เคยตรวจพบว่ามีการบุกรุกติดประกาศไปแล้ว และหน่วยที่รับผิดชอบไปตรวจสอบในพื้นที่อื่น แล้วมาพบการเป็นประเด็นบุกรุก ซึ่งการบุกรุกยอมรับว่ามีทั้งร่องรอยเก่าปี2568 และทีร่องรอยใหม่ที่บุกรุกปี 2569 เพราะหน่วยทหารเราไม่ได้เข้ามาดูทุกเดือน

ส่วนความยากในการตรวจสอบสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อน ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ขณะที่บางส่วนยอมรับว่าใช้พื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และสามารถดำเนินการขอเช่ากับกรมธนารักษ์ได้ ส่วนอีกกลุ่มเป็นการบุกรุกเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หน่วยดำเนินคดี แต่สำหรับพื้นที่แห่งนี้ยังไม่ปรากฏกรณีชาวบ้านเข้ามาขอเช่าใน และยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ โดยพื้นที่เป็นคดีความและตรวจพบการบุกรุกทั้งหมดจะกลับมาสู่การใช้ประโยชน์ของกองทัพบกเช่นเดิม

สำหรับการดูแลพื้นที่ ปัจจุบันการลาดตระเวนยังใช้กำลังพลเดินเท้าและรถยนต์เป็นหลัก ทำให้ตรวจสอบพื้นที่ได้ไม่ทั่วถึง จึงหวังได้รับการสนับสนุนโดรนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบพื้นที่ ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการทหาร หลังเข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

เมื่อถามว่าข้อสงสัยอาจมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการบุกรุกหรือไม่ พล.ต.ศตวรรษ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่มทบ.12 ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะมีการตรวจสอบตลอด และกำลังพลด้วยกันเองก็จะเห็นว่าใครมีพฤติกรรมอย่างไร ดังนั้น ไม่มีกำลังพลทางทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ามีความผิดก็ต้องสั่งลงโทษอยู่แล้ว

ที่มา: คมชัดลึก