'โสภณ' ออกกฎเหล็ก ริบสิทธิ 'ปธ.กมธ.' กำหนดวาระตรวจสอบ หากไร้มติ

'โสภณ' ออกกฎเหล็ก  ริบสิทธิ 'ปธ.กมธ.' กำหนดวาระตรวจสอบ หากไร้มติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้ให้ความเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของ กรรมาธิการ (กมธ.)ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ อำนาจการบรรจุระเบียบวาระการประชุม การกำหนดเรื่องพิจารณา การเชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล การใช้อำนาจเรียกของกมธ.

โดยแนวทางดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1.การตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของกมธ. จะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของกมธ. โดยกมธ.แต่ละคณะต้องตีความโดยเคร่งครัดตามตัวอักษร ควบคู่กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิอาจตีความขยายขอบเขตอำนจจนซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของกมธ.คณะอื่นได้

"หากการพิจารณาเรื่องใดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกมธ.ตั้งแต่ 2คณะขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่รายงานเรื่องดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยุติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อน และเรียกประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาฯกับประธานกมธ.คณะที่เกี่ยวข้อง ตกลงกันจะให้กมธ.ชุดใดพิจารณาพิจารณาเรื่องนั้นๆ หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ประธานสภาฯเป็นผู้กำหนด"

2.การนัดประชุมของกมธ. ให้กำหนดโดยมติที่ประชุมกมธ.ในการประชุมนัดแรก เพื่อกำหนดการประชุมกมธ.ประจำสัปดาห์ และให้ประธานกมธ.มีอำนาจนัดประชุมเป็นพิเศษได้ เมื่อเห็นสมควร หากเป็นเรื่องพิจารณาเร่งด่วน โดยมิใช่การนัดประชุมต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์

3.การบรรจุระเบียบวาระการประชุม ประธานกมธ.ไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมที่กำหนดโดยมติที่ประชุมได้ แม้ประธานกมธ.จะมีอำนาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ แต่มิได้หมายความว่า จะใช้อำนาจดังกล่าวอย่างไม่มีข้อจำกัด โดยประธานกมธ.มีย่อมมีเพียงอำนาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมกมธ.ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของกมธ. แต่ไม่มีอำนาจบรรจุระเบียบวาระพิจารณา หรือกำหนดให้เชิญบุคคล หรือหน่วยงานต่างๆมาชี้แจง โดยไม่มีมติกมธ.ได้

4.การใช้อำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารของกมธ. ไม่สามารถเรียกบุคคลหรือเอกสารได้ตามลำพัง ต้องอาศัยมติที่ประชุมกมธ.เท่านั้น แม้ในทางปฏิบัติ กมธ.อาจใช้ถ้อยคำว่า การเชิญ แทนการเรียก แต่ก็มีความหมายเดียวกันคือ การขอความร่วมมือโดยอาศัยฐานอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แต่หากกมธ.ไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เชิญ และประสงค์ให้เกิดสภาพบังคับทางกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องดำเนินการเรียกบุคคลหรือเอกสารตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของพ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแนวทางดังกล่าวเป็นผลจากการหารือร่วมกันของประธานกมธ. 35 คณะ ร่วมกับประธานสภาฯ เมื่อ 21 ตุลาคม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องการใช้อำนาจของประธานกมธ. เรียกบุคคลต่างๆมาให้ข้อมูลต่อกมธ. ตามวาระต่างๆ โดยไม่ผ่านมติของกมธ.

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวประธานสภาฯ เตรียมส่งหนังสือเวียนไปยังประธานกมธ.คณะต่างๆเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานของกมธ.อย่างเป็นทางการต่อไป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ