เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์จำนวน 2 แผ่น ชี้แจงถึง เรื่อง แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายหลังจากที่ถูกวิจารณ์เป็นการริบอำนาจประธาน กมธ.ว่า 1.แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวมิได้จำกัดอำนาจประธาน กมธ. แต่เพียงการอธิบายบทบัญญัติกฎหมายให้เกิดความชัดเจนทางปฏิบัติ ลดข้อโต้แย้งระหว่าง กมธ.ด้วยกัน ให้การดำเนินงาน กมธ.แต่ละคณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 2.การนัดประชุมคณะ กมธ.ที่ผ่านมา โดยหลักเป็นไปตามมติของ กมธ. ทั้งนี้ประธาน กมธ.อาจกำหนดนัดประชุม กมธ.เป็นพิเศษได้ หากมีเหตุจำเป็น 3.การบรรจุระเบียบวาระการประชุม กมธ. กรณีการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. จะถูกบรรจุในวาระที่ 3 การดำเนินการในวาระนี้ ต้องเป็นไปตามมติ กมธ. การที่ประธาน กมธ.จะบรรจุระเบียบวาระใด ต้องมีกฎหมายกำหนดให้อำนาจไว้ ขณะที่วาระเรื่องอื่นๆ ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบหน้าที่ของ กมธ. เพื่อให้ที่ประชุม กมธ.พิจารณามีมติร่วมกันจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เช่น การพิจารณาเรื่องร้องเรียนว่าอยู่ในหน้าที่และอำนาจหรือไม่ แต่ประธาน กมธ.ไม่อาจเรียกหรือเชิญบุคคลหรือผู้แทนหน่วยงานใดเข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ.ในระเบียบวาระนี้ได้
4.การเรียกบุคคลหรือเอกสารของ กมธ. ต้องเป็นไปตามมติ กมธ.เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถ้อยคำว่าเชิญ หรือขอความร่วมมือ ถือเป็นการใช้อำนาจเรียกตามรัฐธรรมนูญ ประธาน กมธ.จึงไม่อาจกระทำได้เพียงลำพัง 5.การพิจารณาเรื่องเกี่ยวข้องกันของ กมธ. มิให้กมธ.พิจารณาศึกษาในเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน แต่อาจพิจารณาศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกันได้ ในกรณีที่ กมธ.มากกว่า 1 คณะ พิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน จึงต้องมีการพูดคุยระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธาน กมธ.ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเข้ามาชี้แจงต่อ กมธ.หลายคณะภายในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งระเบียบฯ ดังกล่าว มิได้มีเจตนารมณ์เพื่อก่อให้เกิดความยุ่งยากหรือล่าช้าในการทำงานของ กมธ.แต่อย่างใด เป็นเพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบกำหนดไว้.
ที่มา: เดลินิวส์