“ช่างเอ๋” ให้ปากคำตำรวจฐานะพยาน เงินมูลนิธิฯ โอนเข้า 75 ล้านบาท

“ช่างเอ๋” ให้ปากคำตำรวจฐานะพยาน เงินมูลนิธิฯ โอนเข้า 75 ล้านบาท

ทนายกุ้ง ช่างเอ๋ เข้าให้ปากคำกับตำรวจกองปราบในฐานะพยาน เบื้องต้นพบมีเงินจากมูลนิธิองค์กรทำดีเข้าบัญชี 75 ล้านบาท ช่างเอ๋ กล่าวขอโทษคุณบุ๋ม ปนัดดา และคุณก็อต อธิป ที่ทำให้เป็นคดีความใหญ่โต ทนายกุ้ง เชื่อว่าบุ๋ม ปนัดดา รู้ว่ามีการเปลี่ยนจากการสร้างบ้านไปเป็นพูลวิลล่า...

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 69 เวลา 21.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พหลโยธิน “ช่างเอ๋ อภิชาติ” ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตาจากกรณีเส้นทางการเงินขององค์กรทำดี ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีการนำเงินไปก่อสร้างโครงการพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ที่เชื่อมโยงไปยังนายก็อต อธิป และบุ๋ม ปนัดดา

วันนี้ช่างเอ๋ เดินทางมาพร้อมกับนางสาวอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง เพื่อเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองปราบ โดยทางทนายกุ้ง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ว่า ได้รับการติดต่อจากกองปราบปรามให้มาเป็นพยานให้การในฐานะพยาน ด้วยความที่ทางพนักงานสอบสวนต้องการข้อมูลเร่งด่วน

ตนเองพร้อมด้วยช่างเอ๋จึงรีบเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในคืนนี้ทันที สำหรับการเตรียมตัวในฐานะพยาน ทนายกุ้งระบุว่าไม่ได้เตรียมอะไรมากมาย โดยมีการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบคำถามตามข้อเท็จจริงเท่าที่พนักงานสอบสวนต้องการทราบ พร้อมทั้งนำหลักฐานที่มี เช่น สเตทเมนต์และแชทไลน์มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบสำนวนคดีและการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยในเบื้องต้นยังคงสถานะเป็นพยานและจะให้การไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด

เมื่อสอบถามถึงประเด็นยอดเงินที่มีการโอนเข้าบัญชี ทนายกุ้งระบุว่า จากการตรวจสอบพบยอดรวมเงินที่โอนมาจากมูลนิธิเข้าบัญชีของช่างเอ๋ ทั้งในส่วนของบริษัทและส่วนตัว รวมเป็นเงินประมาณ 63 ล้านบาท และมีเงินสดที่ฝากโดยภรรยาอีกประมาณ 12 ล้านบาท รวมยอดทั้งหมดเป็น 75 ล้านบาท

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมาย หากท้ายที่สุดแล้วผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องรับไปตามกระบวนการ แต่หากไม่มีความผิดและมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ทนายกุ้งย้ำว่าตนทำหน้าที่ในฐานะทนายความและให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่เพื่อให้ความจริงปรากฏ

ทางด้านของช่างเอ๋ อภิชาติ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเครียดหนักจนนอนไม่หลับมาหลายคืน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรู้สึกว่าเรื่องราวมันใหญ่โตขนาดนี้ ซึ่งตนไม่ต้องการให้มาถึงจุดนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มต้น 4 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน ตนมีความตั้งใจจริง ในการสร้างพูลวิลล่า เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงหรือผลประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากกำไรจากการขาย

คุณเอ๋ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า ตอนแรกตั้งใจจะสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพูลวิลล่า 8 หลังในภายหลัง โดยเป็นโครงการที่ร่วมลงทุนกับคุณบุ๋มและคุณก๊อต ซึ่งตนได้พยายามพาลูกค้าและผู้สนใจเข้ามาดูโครงการมาโดยตลอด และมีความภาคภูมิใจในโครงการนี้มาก แต่เมื่อเกิดปัญหาและมีคดีความขึ้น ทำให้รู้สึกเสียใจที่ความตั้งใจดีกลับกลายเป็นคดีความและกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ และอยากขอโทษกับทั้งสองคนอีกด้วย

สำหรับประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับคุณบุ๋มและคุณก๊อต คุณเอ๋ระบุว่า ที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมไม่ได้ติดต่อกันเลย เนื่องจากติดต่อยากและมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ โดยเคยโทรไปแล้วแต่ไม่รับสายหรือสัญญาณขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถพูดคุยเคลียร์ใจกันได้ ทั้งที่ตนอยากอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ฟัง

ในประเด็นเรื่องข้อกล่าวหาทางกฎหมาย คุณเอ๋ระบุว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และหากผลการสอบสวนออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งฝากขอโทษคุณบุ๋มและคุณก๊อตที่ทำให้เรื่องราวบานปลายและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เมื่อสื่อมวลชนพยายามถามว่า ช่างเอ๋ มีความหนักใจ หรือกลัวอะไรหรือไม่ ทำไมวันนี้ถึงมีท่าทางที่สงบ อ่อนโยน และเปลี่ยนแปลงไปจนถึงขั้นขอโทษกับคุณบุ๋ม คุณก็อต

เรื่องนี้ช่างเอ๋ ตอบว่า เรื่องการดำเนินคดี ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย แต่ตัวเองแค่รู้สึกเสียใจ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องราวมันใหญ่โตขึ้นมากมายขนาดนี้

ทั้งนี้คุณเอ๋ยืนยันว่าเคยเจอกับบุ๋มจำนวนหนึ่งครั้ง โดยมีการเจอกันที่ไซต์งานก่อสร้างที่จังหวัดภูเก็ต และพากันไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ภายในวันเดียวกันเมื่อปี 68 ซึ่งหลังจากนั้นก็เคยกับคุณบุ๋มแค่ 1 ครั้ง เรื่องเงิน 1.2 ล้านบาทที่จะเอาไว้สร้างพูลวิลล่า หลังจากนั้นก็ติดต่อคุณบุ๋ม ไม่ได้อีกเลย

เมื่อสื่อมวลชนพยายามถามกับช่างเอ๋ ว่าคิดว่าคุณบุ๋มรู้หรือไม่ ว่ามีการเปลี่ยนจากการสร้างบ้าน ไปเป็นพูลวิลล่า ช่างเอ๋ ขอไม่ตอบคำถามนี้ แต่ทนายกุ้งมองว่า คุณบุ๋ม น่าจะรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้.

ที่มา: One31