ที่รัฐสภา นายนาถะ ดวงวิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการสภาฯ แถลงชี้แจงต่อแนวทางปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญของสภาผู้แทนราษฎร ว่า แนวทางดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นระเบียบที่ออกมาตั้งแต่ปี 2562 โดยไม่เคยถูกโต้แย้งจึงทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาน่าจะถูกต้องแล้ว ส่วนที่มองว่าลิดรอนสิทธิของประธาน กมธ.ต่อการนัดประชุม กมธ.เป็นพิเศษ นั้น ข้อเท็จจริงยังทำได้ แต่ต้องขอมติจากที่ประชุม กมธ.
"ประธาน กมธ. ยังสามารถนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษได้ แต่การนัดประชุมได้ ต้องขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม โดยการตรวจสอบเสียงของกรรมาธิการก่อนว่าพร้อมจะมาประชุมหรือไม่ เพื่อให้ครบองค์ประชุม เพราะบางครั้งประธานกรรมาธิการว่าง แต่กรรมาธิการคนอื่นๆ อาจจะไม่ว่าง ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องใหม่กับเรื่องเก่า เพียงแค่อะไรที่ไม่ได้มีแนวทาง อาจจะมีความคลุมเครือก็ควรกลับเข้าสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น" นายนาถะ กล่าว
นายนาถะ กล่าวอีกว่า ขณะที่การบรรจุระเบียบวาระ ตามข้อบังคับระบุให้ใช้วิธีอนุโลมตามการประชุมสภาฯ แต่กรณีของกรรมาธิการ ต้องหารือในที่ประชุมว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ หากที่ประชุมเห็นควรว่าจะรับไว้พิจารณา จะมีมติแล้วถกกันต่อว่าจะเชิญหน่วยงานใดมาพิจารณา ก่อนจะบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมในสัปดาห์ถัดไป
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวเหมือนเป็นการทะเลาะกันระหว่างสองพรรคการเมือง การออกมาแถลงเช่นนี้กลัวหรือไม่ว่าอาจจะทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ นายนาถะ กล่าวว่า เมื่อเกิดการโต้แย้งแล้วทำให้เกิดการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จำเป็นต้องออกมาอธิบายให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าทุกอย่างเป็นสิ่งที่มีระเบียบและกฎหมายทุกอย่างรองรับ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ