หุ้นเอเชียร่วงแรงรับเลือกตั้งสหรัฐ หวั่นชัยชนะ 'เดโมแครต' เขย่าลงทุน AI

หุ้นเอเชียร่วงแรงรับเลือกตั้งสหรัฐ หวั่นชัยชนะ 'เดโมแครต' เขย่าลงทุน AI

ตลาดหุ้นทั่วเอเชียเผชิญแรงเทขายกันทั่วหน้าในวันนี้ (4 พ.ย.) หลังนักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่า "พรรคเดโมแครต" กำลังมุ่งหน้าสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐปี 2026 โดยอาจกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส รวมถึงชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในรัฐสำคัญบางแห่ง ซึ่งจะกระทบต่อนโยบายของรัฐและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI

ดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว นำการร่วงแรงถึง 2,829.96 จุด หรือ -4.49% มาอยู่ที่ 60,251.90 ระหว่างการซื้อขายเมื่อเวลาประมาณ 11.03 น. ตามเวลาในไทย

ขณะที่ดัชนี Kospi เกาหลีใต้ลบ 215.21 จุด หรือ -3.81% และดัชนี Weighted ไต้หวัน ร่วงลง 1,378.24 จุด หรือ -3.18% โดยทั้งสามตลาดนี้เคยได้อานิสงส์จากหุ้น AI ช่วงขาขึ้นมากที่สุด และกำลังเจอแรงเทขายหนักสุดในเอเชียวันนี้

ดัชนี Straits Times ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 75.71 จุด หรือลบ -1.44% ส่วนตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงยังคงเป็นบวกได้เล็กน้อย

ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ลดลง -1.2% ขณะที่ Nasdaq 100 ฟิวเจอร์สร่วง -2% ส่วนสัญญาล่วงหน้าดัชนีดาวโจนส์ลดลง 412 จุด หรือ -0.8%

ข้อมูลจาก Kalshi แพลตฟอร์มซื้อขายสัญญาคาดการณ์ผลเหตุการณ์ต่างๆ พบว่า ความน่าจะเป็นที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากใน "วุฒิสภา" เพิ่มขึ้นเหนือ 99% สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะคว้าชัยชนะครั้งใหญ่

ขณะที่ความน่าจะเป็นที่เดโมแครตจะครองเสียงข้างมากใน "สภาผู้แทนราษฎร" ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 99% เช่นกัน

หน่วยติดตามผลเลือกตั้งของ CNBC คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตจะชนะเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ที่นั่งวุฒิสภา 4 ที่นั่งซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การครองของพรรครีพับลิกัน มีแนวโน้มเปลี่ยนไปเป็นของเดโมแครต

หวั่นเดโมแครตสกัดลงทุน AI

นักวิเคราะห์บางส่วนในวอลล์สตรีทมองว่า หากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้อย่างเด็ดขาด หรือสถานการณ์ที่เรียกว่า "Blue Wave" อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่ข้อจำกัดในการก่อสร้าง "ดาต้าเซ็นเตอร์" ทั่วสหรัฐมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวลว่าการใช้จ่ายลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์อาจเติบโตช้าลง

หุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Amazon และ Nvidia ต่างปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ขณะที่ CoreWeave บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเสี่ยงสูง ร่วงลง 6% ในการซื้อขายข้ามคืนผ่าน Robinhood ส่วน SpaceX ของอีลอน มัสก์ ลดลง 6% เช่นกัน

แอนโธนี ซากลิมเบเน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Ameriprise Financial กล่าวว่า ตลาดหุ้น "ปรับตัวลดลงตามความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นว่าพรรคเดโมแครตจะครองสภาผู้แทนราษฎร และมีแนวโน้มสูงว่าจะได้ครองวุฒิสภาด้วย"

"ผมคิดว่าสิ่งที่น่าจับตามองมากกว่าคือ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ" ซากลิมเบเน กล่าว

"หากเดโมแครตชนะตำแหน่งผู้ว่าการรัฐบางแห่ง จะส่งผลอย่างไรต่อการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนก็ตั้งคำถามกันมากอยู่แล้วเกี่ยวกับรายจ่ายลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ให้บริการคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน"

อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนยังไม่สิ้นสุดในทุกรัฐ และตลาดการเงินมักผันผวนอย่างรุนแรงในคืนเลือกตั้ง ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากยังเชื่อว่า ผลกระทบต่อตลาดจากการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น

หุ้น AMD ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสำคัญของกระแสลงทุน AI พุ่งขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักในการซื้อขายหลังตลาดปิด หลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ทั้งกำไรและรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดหุ้น AMD ลดช่วงบวกลงเหลือประมาณ 3% หลังสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาปรับตัวลดลง

เดโมแครตชนะ กระทบนโยบายหนุนธุรกิจ

สำหรับตลาดหุ้นโดยรวม นักลงทุนมองว่าหากพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะทั้งสองสภา อาจเป็นปัจจัยกดดันตลาด เนื่องจากมีแนวโน้มทำให้มาตรการที่เอื้อต่อภาคธุรกิจเพิ่มเติม เช่น การลดหย่อนภาษี ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และอาจเพิ่มการตรวจสอบอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงภาคธนาคาร

ในทางกลับกัน "หุ้นกลุ่มพลังงานหมุนเวียน" เช่น หุ้นผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายหลังตลาดปิด จากการคาดการณ์ว่า หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อาจขัดขวางนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งกดดันอุตสาหกรรมดังกล่าว

กองทุน Invesco Solar ETF เพิ่มขึ้น 3.5% ในการซื้อขายผ่าน Robinhood

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก็ปรับตัวลดลง โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปีลดลงมากกว่า 4 เบสิสพอยต์ มาอยู่ที่ 4.904%

ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีความผันผวน Cboe Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความกลัวของตลาด ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 20 สะท้อนว่านักลงทุนกำลังเตรียมรับมือกับการปรับฐานของตลาดหุ้น

เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Freedom Capital Markets กล่าวว่า ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และปฏิกิริยาของเขาว่า "จะมีการโต้แย้งผลเลือกตั้งหรือไม่ จะมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า" ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดปั่นป่วนอย่างหนัก

ที่มา: CNBC

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ