ม็อบรถบรรทุก บุกกระทรวงพลังงาน จี้ปรับราคาดีเซล 35บาทต่อลิตร 1 ปี ลั่นหากไม่แก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องจะยกระดับชุมชุม อาจเคลื่อนรถบรรทุก 500-1,000 คันเข้ากรุง…
วันที่ 4 พ.ย. 69 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่าย 13 สมาคม จัดกิจกรรม “รวมพลังคนขนส่ง หยุดปล้นประชาชน” บริเวณด้านหน้ากระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน มีการนำรถบรรทุก ติดป้ายไวนิล ข้อความว่า “นายทุน กอบโกย รัฐบาลนิ่งเฉย ประชาชน ตาย…” และ “รู้จัก ประชาชน มั้ย หรือ สะกดเป็นแต่คำว่า นายทุน” พร้อมตั้งเวทีไฮด์ปาร์ค หมุนเวียนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งที่ได้รับความเดือดร้อนขึ้นปราศรัย
นอกจากนั้นด้านหน้าป้ายกระทรวงพลังงานมีการตั้งโลงศพ พร้อมมีตาลปัตรข้อความว่า “หยุดปล้นประชาชน” และตั้งกรอบรูปเงาดำ ติดชื่อว่า “นายทุน เขมือบประเทศ มรณะ 4 พ.ย. 2569” ไว้ด้วย
ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ เป็นประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหพันธ์การขนส่งทางบกและสมาคมเครือข่าย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตพลังงาน เรารู้สึกน้อยใจอย่างมากที่รัฐบาลลักหลับช่วงน้ำท่วม แอบขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 10 บาท จนได้รับความเดือดร้อนต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือข้อเรียกร้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไปแล้ว 6 ข้อ ส่วนวันนี้จะยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมอีก4 ข้อ โดยเน้นย้ำ เรื่องการตามหา "ไอ้โม่ง" ที่กักตุนน้ำมัน เพราะตั้งแต่นายอนุทินเข้ามาบริหารราชการ เกือบ 1ปี สถานการณ์พลังงานก็ยิ่งแย่ลง สาเหตุเป็นเพราะ ที่ผ่านมาไอ้โม่งกลุ่มทุนพลังงาน กอบโกยเงินไปจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก และทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบแสนกว่าล้าน ซึ่งมองว่าต้องมีคนรับผิดชอบ
สำหรับการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับ Truck Power ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี อย่างผ่านมาสหพันธ์และเครือข่ายเคยเดินทางมาเรียกร้องที่ กระทรวงพลังงานถึง2ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ซึ่งหลังจากยื่นหนังสือครั้งนี้จะให้เวลา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีพลังงาน ส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพลังงาน รวม 2 เดือน (พฤศจิกายน-ธันวาคม) โดยสิ่งที่ต้องการคือมาตรการช่วยเรื่องน้ำมันเพื่อส่วนรวม ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่ภาคขนส่งหรือโลจิสติกส์ ยืนยันว่า “ถ้ารัฐบาลเสนอนโยบาลช่วยเฉพาะกลุ่มขนส่ง เราขอไม่เอา“
แต่ถ้าท้ายที่สุดไม่มีความคืบหน้าใดๆ ก็จะยกระดับการชุมนุม ซึ่งเบื้องต้นคิดไว้หลายวิธี เช่น ร่วมกับผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นๆ หรือ อาจจะจัดขบวนใหญ่ นำรถบรรทุกในเครือข่าย 500 - 1,000 คัน เข้ามาถึงกรุงเทพฯ แต่ยอมรับว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนเรื่องปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ แต่อย่างไรก็ตาม การยกระดับจะมีขึ้นแน่นอน ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย
ดร.ทองอยู่ บอกว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ผ่านความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมาทั้งหมด อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำได้ทุกข้อ100% ไม่มีอะไรที่เกินวิสัย ส่วนตัว ดร.ทองอยู่ มองว่า นายเอกนัฏ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน “ท่านเป็นคนรุ่นใหม่มีอนาคตทางการเมืองไกล แต่ตอนนี้เห็นว่ายังขาดความกล้า ที่จะสู้กับกลุ่มทุนพลังงาน มีทีมงานสุดซอย แต่ตอนนี้เดินมาแค่ครึ่งซอยเอง”
ส่วนที่มีการส่งเสริมเรื่องปรับลดภาษีสรรพสามิต B20 กับ E20 มองว่าเป็นการปัญหาไม่ตรงจุด อย่าง B20 มีการใช้ทั้งประเทศไม่เกิน 3,000,000 ลิตร รัฐบาลก็พยายามจะกระตุ้นให้ใช้ 9,000,000-10,000,000 ลิตร ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องยาก อีกทั้งส่วนลดเหล่านี้ถูกนำไปสมทบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สุดท้ายประชาชนแทบไม่ได้อะไรเลย ไม่ตอบโจทย์การใช้งาน เหมือนเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน
ส่วนเรื่องที่กระทรวงพลังงานถอด "ต้นทุนทิพย์" ของราคาน้ำมัน เรื่องนี้มองว่า ต้นทุนทิพย์เป็นแค่กระพี้ ไม่ได้แก้ปัญหาถึงแกนด้านใน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารัฐบาลจะเอาเงินส่วนนี้จากกลุ่มทุนกลับคืนมาได้หรือไม่
สำหรับการยื่นหนังสือในวันนี้มี น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงานออกมารับเรื่อง
สำหรับกิจกรรมวันนี้มี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมปราศรัยด้วย
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน บอกว่าตอนนี้ ราคาดีเซล 42.50 บาท ไม่ใช่ราคาที่คนเติมแล้วจะมีความสุข มีแต่ความทุกข์ร้อน แต่เกิดจากวิกฤตโลก ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ยาวนานเข้าสู่ 8 เดือน หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่าน้ำมันเคยเกือบแตะ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าช่วงรัสเซีย-ยูเครน 2-3 เท่า เรื่องนี้ไม่ใช่การแก้ตัว แต่นี่คือการบริหารจัดการให้ราคาเป็นธรรม นั่นเป็นสิ่งที่ตัวแทนรัฐมนตรีและเลขาฯ มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ
รัฐบาลมีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนคือเรื่องของการปรับลดการพึ่งพาการนำเข้า ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบ 90% ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด ยังไงมันก็ผิด ราคาตลาดโลกเราควบคุมไม่ได้ อันนี้คือความจริง แต่เราต้องลดการพึ่งพาการนำเข้า รัฐบาลจึงนำมาเป็นมาตรการหลักคือการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่ภาคเกษตรกรรมปลูกได้ในประเทศ สนับสนุน B20, E20 แต่เราก็จะรับข้อเสนอทั้งหมด
รวมถึงมีการตัด "ต้นทุนทิพย์" ก็ปรับเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันที่ได้ยินมา 20-30 ปี เรื่องของการอ้างอิงราคาโลก ราคาสิงคโปร์ การแอบบวกค่าเดินทาง ค่าเรือ ค่าประกัน ที่ไม่มีอยู่จริงใส่เข้าไป เรื่องของค่าความสูญเสียก็ใส่เข้าไป วันนี้รัฐมนตรีก็เอาออกให้หมด รวม 200,000-300,000 ล้านบาท
ส่วนข้อเรียกร้อง ที่ให้รัฐบาลตรึงไว้ที่ 35 บาทต่อลิตร จะรับข้อเสนอไว้และจะนำเสนอรัฐมนตรีตามโจทย์นี้ แต่ฝากชวนคิดว่าจริงๆ แล้วการลดภาษีสรรพสามิตถ้วนหน้าที่มียอดการใช้สูงสุดทั้งประเทศ ถ้าจะลดจาก 42.50 บาท เหลือ 35 บาท การปรับลด 7 บาทกว่า ก็เท่ากับการนำภาษีในส่วนนี้ ประชาชนทุกคนต้องเป็นหนี้ภาระผูกพันต่อไป 180,000 ล้านบาทต่อปี หนี้ตรงนี้ประชาชนทุกคนที่ไม่ได้ใช้น้ำมันโอเคหรือไม่
ที่บอกว่ารัฐบาลปีก่อนมีการชดเชยแบบนี้ ซึ่งก็ก่อให้เกิดภาระผูกพันมาก่อนทั้งนั้น โดยบนเสื้อของทุกท่านบอกว่า "หยุดปล้นประชาชน" เราจะหาคนที่ปล้นประชาชนจริงๆ และเอามาลงโทษแน่นอน.
ที่มา: One31