ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พร้อมด้วย สส. ที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ในซีกรัฐบาล แถลงชี้แจงต่อการออกแนวปฏิบัติของ กมธ.
โดย นายกรวีร์ กล่าวว่าแนวทางที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้แนวทางไว้ คือ 1.ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกมธ. 2. การนัดประชุมของกมธ. 3. การบรรจุระเบียบวาระ และ 4. การเรียกบุคคลหรือเอกสารต่างๆของกรรมาธิการ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ได้ปิดกั้นการทำหน้าที่ของประธานกมธ. หรือ กมธ.คณะใด นอกจากนั้นไม่ได้ตัดหรือยึดอำนาจในการติดตามตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
"แนวทางทั้ง 4 ข้อ เป็นไปตามข้อบังคับเดิมที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่กำหนดแนวทางเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความชัดเจนของประธานกมธ. และกมธ. ทั้ง 35 คณะ ต่อการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร” นายกรวีร์กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ของกมธ.นั้น ไม่มี สส. คนใดสามารถใช้อำนาจของตัวเองเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด และไม่มีใครสามารถใช้อำนาจตัวเองเกินกว่าข้อบังคับที่ระบุเอาไว้
ทางด้าน นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ.การตำรวจ กล่าวว่า ช่วงสภาที่ผ่านมามี กมธ.ไม่กี่คณะที่เป็นปัญหาในการทำงาน ทั้งนี้เรื่องอะไรที่ออกมาจาก กมธ. ต้องอาศัยเสียงของคณะกมธ. ประธานกมธ.ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกหรือบรรจุวาระได้ตามใจ หากประธานกรรมาธิการยึดระเบียบข้อบังคับปี 2562 เป็นหลัก โดยไม่ใช้ทิฐิ อารมณ์ และแนวคิดของตนเองเรียกบุคคลมาชี้แจงอยู่เรื่อยๆ
ทางนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนขอยืนยันในแนวทางปฏิบัติ ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ วันนี้ประธานคณะกมธ.ที่ร่วมแถลงเพื่อยืนยันว่าระเบียบแนวทางที่ประธานสภาฯ ออกมา ไม่มีผลกระทบอย่างที่ฝ่ายค้านแถลงว่าประธานสภาฯ คุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน
"ถ้าคิดว่าการให้กมธ.ทุกคณะดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญคือการคุกคาม ผมขอตั้งคำถามไปยังฝ่ายค้านว่าแปลว่าท่านไม่ต้องการที่จะทำตามข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญหรือ”นายศุภชัย กล่าว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ