“อนุทิน” ชู “ทีมไทยแลนด์” ผนึกทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศ ลั่นรัฐบาลไม่มีมุ้ง ไม่มีพรรค มีแต่ทีม พร้อมล้างระบบ “เด็กสาย–เด็กนาย”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการศึกษาที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ หรือ วปอ. โดยชูแนวคิด “ทีมไทยแลนด์” ผสานพลังภาครัฐ ภาคเอกชน และฝ่ายการเมือง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศและรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในทุกมิติ
นายกรัฐมนตรีมองว่า วันนี้ความมั่นคงของชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการทหาร แต่ครอบคลุมตั้งแต่เศรษฐกิจ สังคม อาหาร สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี พลังงาน รวมถึงการต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยต้องมีจุดยืนที่เหมาะสม ได้รับความเชื่อมั่น และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในเวทีโลก
โดยเฉพาะ “ความมั่นคงทางอาหาร” นายอนุทินมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย เพราะไทยมีศักยภาพทั้งด้านการผลิตและการแปรรูป ทั้งข้าว ผลไม้ พืชผัก และเนื้อสัตว์ จึงต้องต่อยอดห่วงโซ่อุปทานอาหารให้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้และความมั่นคงให้ประเทศ พร้อมย้ำว่า การช่วยเหลือเกษตรกรด้วยเงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน แต่ต้องทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง
นายกรัฐมนตรี ยังชี้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปัจจัยดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง ความมั่นคงด้านพลังงาน และศักยภาพในการเชื่อมโยงภูมิภาค ทำให้บริษัทข้ามชาติไม่ได้มองไทยเพียงเรื่องค่าแรงราคาถูกเหมือนในอดีต แต่เห็นศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิต ศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเดินหน้าเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อเปลี่ยนจากการใช้แรงงานราคาถูก ไปสู่การใช้ “สมองและศักยภาพของคนไทย” ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและสร้างงานในประเทศ
แต่หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ นายอนุทินย้ำว่า คือ “เสถียรภาพ” โดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะแม้ประเทศจะมีศักยภาพมากเพียงใด หากฝ่ายบริหารขาดเสถียรภาพ ก็ไม่สามารถผลักดันโครงการและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้
พร้อมประกาศจุดยืนในการบริหารรัฐบาลว่า “ไม่มีมุ้ง ไม่มีพรรค มีแต่ทีม” ทุกกระทรวงต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน และข้าราชการประจำต้องทำงานเพื่อประเทศ ไม่ใช่เล่นการเมือง
นายกรัฐมนตรี ยังพูดถึงการล้างระบบ “เด็กสาย–เด็กนาย” โดยระบุว่า ไม่ว่าข้าราชการจะเป็นคนของใคร หากมีความสามารถและทำงานได้ ก็ต้องได้รับโอกาส พร้อมย้ำว่าเมื่อพ้นจากตำแหน่งก็ต้องรู้จักวางบทบาท ไม่ควรดึงคนหรือสร้างเครือข่ายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ต้องทำหน้าที่ตามภารกิจและความรับผิดชอบที่ประชาชนมอบหมาย
นายอนุทินยังยกตัวเลขการส่งออก การลงทุน และผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น เป็นตัวชี้วัดผลการทำงานของ “ทีมไทยแลนด์” พร้อมย้ำว่า ผลลัพธ์จากการบริหารประเทศเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือข้อมูลที่แตกต่างกันก็ตาม
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรี ขอให้ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วปอ. นำเครือข่ายจากทุกภาคส่วนมาผสมผสานความคิดและประสบการณ์ เพื่อสร้างพลังร่วมในการพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงของชาติเป็นภารกิจของทุกคน และประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมทั้งรับมือกับปัญหาที่รู้อยู่แล้ว และความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
จากรัฐบาลเสียงข้างน้อยในช่วงแรก นายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลเลือกใช้แนวคิด “Quick Win” ทำทุกช่วงเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การต่างประเทศ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพาประเทศกลับมาอยู่ในความสนใจของเวทีโลก และเดินหน้าสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย
ที่มา: INN