นายกฯ ย้ำชัด ไทยเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำ ไม่ต้องตุนอาหาร ขออย่ากังวลไม่มีวันขาดแคลน ให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ ชี้ไม่รู้จักคำ “น้ำเงินกินรวบ” หลังฝ่ายค้าน รุมถล่ม ประธานสภาฯ ออกระเบียบคุมเข้ม 35 กมธ.ใช้อำนาจเชิญบุคคลชี้แจง มองม็อบกำนันใต้-อีสาน เคลื่อนไหวเป็นสิทธิ ขออย่าทำผิดกฎหมาย ทำประชาชนเดือดร้อน มั่นใจรัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ-ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมกระเป๋าต้องรอด หรือ กระเป๋าฉุกเฉินเพื่อใช้ดำรงชีวิต 72 ชั่วโมง จนทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว โดยยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นแหล่งที่มีความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารทั้งระบบ และเป็นห่วงโซ่ทางด้านอาหาร ซึ่งทุกอย่างอยู่ในประเทศของเรา จึงไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวล ขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ได้ตระหนักถึงการเข้าถึงอาหารของคนไทย ฉะนั้นยืนยันว่าไม่มีวันที่จะขาดแคลน
ทั้งนี้ แสดงว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ต้องกักตุนอาหารใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราต้องใช้ชีวิตตามปกติ อย่าไปหวั่นไหวกับเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ เพราะประเทศอื่นไม่ได้เป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำเหมือนกับประเทศไทยที่เป็นแหล่งผลิตอาหาร และเขาอาจมีเรื่องของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย พร้อมมองว่า ทำไมเราไม่มองว่าเรื่องตรงนี้จะทำให้ประเทศไทยมีความสำคัญในเวทีโลก ในฐานะที่เราเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกอาหาร ทั้งผลไม้ พืชผัก ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง ผลผลิตทางการเกษตร และการแปรรูป
ส่วนการถูกโจมตีทางไซเบอร์ประเทศไทยได้ มีการเตรียมความพร้อมหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ประเทศเราเป็นผู้ส่งออก ฉะนั้นซัพพลายเชนต่างๆจึงเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตจะต้องดูแล
นายกรัฐมนตรี ยังระบุถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ทำหนังสือออกระเบียบคุมเข้มการใช้อำนาจของ 35 คณะกรรมาธิการฯ ในการเชิญบุคคลเข้าชี้แจง ต้องผ่านมติที่ประชุมจนถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลกินรวบสภาผู้แทนราษฎรไปด้วย ว่า “ไม่ได้ฟังครับ”
ส่วนตัวมองว่าการที่ กรรมาธิการจะเชิญบุคคลต้องใช้มติหรือใช้อำนาจของประธาน กมธ. นายอนุทิน กล่าวว่า เขามีกฎหมาย มีระเบียบภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ก็ตามนั้น
ขณะเดียวกัน จะยืนยันได้หรือไม่ว่าคณะรัฐมนตรีหรือบุคคลในรัฐบาล พร้อมที่จะไปให้ข้อมูลหาก กมธ.ทำหนังสือเชิญมา นายอนุทิน ย้ำว่า ภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ
สำหรับคำกล่าวหาที่ว่าน้ำเงินกินรวบถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่รู้จักคำนี้ เราทำหน้าที่ของเราไม่มีกินรวบอะไรทั้งสิ้น เราทำหน้าที่ และคำว่าน้ำเงิน พวกตนก็ไม่ได้เป็นสมาชิกตรงนั้นเพราะเราทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และได้รับฉันทานุมัติและความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้มาบริหารประเทศ เราก็ทำหน้าที่บริหารประเทศภายใต้ความรับผิดชอบที่เรามีทุกคนอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่ประธานสภาฯ ออกหนังสือระเบียบดังกล่าว อาจเกิดจากการที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ทำหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีไปชี้แจงเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายอนุทิย กล่าวเพียงว่า”ไม่เกี่ยวครับ”
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงการเมืองยังเป็นลบ เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศ นายอนุทิน ย้อนถามว่า “พูดเมื่อไหร่ครับ ผมไม่ได้พูด พูดเพียงว่าต้องทำการเมืองให้ดีขึ้น”
เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของกำนันในพื้นที่ภาคใต้ และในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ แต่ขอให้ทำตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
พร้อมย้ำว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ซึ่งการที่กลุ่มใดหรือสถาบันใด มาแสดงความคิดเห็นก็ขอให้มาแสดงออกภายใต้สิทธิที่มีอยู่ในฐานะเป็นคนไทย และอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ทำความเดือดร้อนให้กับสังคมและประชาชนทั่วไป โดยทุกคนใช้สิทธิของตนเองได้ รัฐบาลพร้อมยอมรับอยู่แล้ว
ส่วนท้องถิ่นอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยได้มีการพูดหรือส่งสัญญาณอะไรไปเพื่อให้เกิดความสงบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เป็นไปตามสิทธิตามกฎหมาย ต้องมาใช้สิทธิของตัวเอง ภายใต้ความสงบเรียบร้อย
ที่มา: INN