ในหลวง-พระราชินี เสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ

ในหลวง-พระราชินี เสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ

วันที่ 6 พ.ย.2569 เวลา 15.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าวาสุกรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และนายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกา เฝ้า ฯ รับเสด็จ แล้วเสด็จ ฯไปยังสะพานฉนวนประจำท่าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการพยุหยาตราทางชลมารค กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล ซึ่ง รูปแบบการจัดริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ใช้เรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งจัดขบวนเรือเป็น 5 ริ้ว มีความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี จำนวน 2,200 นาย

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเรือเอก ถุงเงิน จงรักชอบ ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนฝีพายประจำเรือพระที่นั่ง โดยใช้กำลังพลรวมจำนวน 67 นาย และนาวาเอก คมสันต์ ศรีหลง นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เข้าเทียบสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการ แจ้งนายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ให้ยาตราขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปยังสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม

เวลา 15.43 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรีเพื่อเข้าริ้วขบวน และเริ่มยาตราขบวนเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ แบ่งเป็น 5 ริ้วขบวน ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร พายไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าวาสุกรี จนถึงฉนวนน้ำหน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม รวมระยะทางประมาณ 3.9 กิโลเมตร โดยมีเรือพระที่นั่งสำคัญ 4 ลำ ที่สง่างามลอยเหนือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศไทยประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยลำปัจจุบันสร้างขึ้นปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อทดแทนเรือลำเดิมที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ประกอบพิธีลงน้ำในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก ติดเครื่องสูงหักทองขวาง เช่น ฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น พระกลด บังสูรย์ พัดโบก กลางลำเรือมีพระแท่นบัลลังก์กัญญา บริเวณปากหงส์ประดับพู่จามรี ห้อยปลายพู่เป็นแก้วผลึกเจียระไน และขนจามรีสีขาว คอหงส์คล้องพวงมาลัยดอกไม้ขนาดใหญ่ และจากความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์นี้ ทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรมอบรางวัลเรือโลก โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เมื่อปี พ.ศ. 2535

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช2539 โดยกองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรนำโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มาเป็นต้นแบบ แบ่งเป็นการดำเนินงานจัดทำโครงสร้างเรือพาย

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จัดเป็นเรือพระที่นั่งศรีในลำดับชั้นรอง ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินลำลอง ภายหลังนำเข้าขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรียกว่า เรือพระที่นั่งรอง นับเป็นเรือพระที่นั่งลำเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เรือพระที่นั่งลำนี้มีลักษณะเด่น คือโขนเรือเชิดเรียว มาจากคำ 2 คำ คือ อเนก หมายถึง จำนวนมาก และชาติภุชงค์ หมายถึง นาค สอดคล้องกับรูปโขนเรือที่มีเป็นรูปพญานาคเล็กๆ จำนวนมาก หัวเรือลงรักปิดทองลายรดน้ำเป็นรูปพญานาคแปลง คือมีใบหน้าเป็นมนุษย์รวม 7 หน้า

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชนี้ ปกติจะใช้เป็นเรือพระที่นั่งรอง หรือเรือเชิญผ้าพระกฐิน และประดิษฐานบุษบกสำหรับพระพุทธรูปสำคัญ ในสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เริ่มใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในสมัยรัชกาลที่ 4ส่วนลำปัจจุบันนั้น เป็นเรือที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 เมษายน พุทธศักราช 2457 โขนเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือพญานาค 7 เศียร บริเวณรัดอกประดับลายกระจังปฏิญาณ มีเทพพนมประดับอยู่ภายในไส้ในรอบเข็มขัดรัด คำว่า “อนันตนาคราช” มาจากภาษาสันสกฤต 3 คำ คือ อนันตะ แปลว่า ไม่สิ้นสุด–นิรันดร นาคะ แปลว่า นาค หรืองู ราชะ แปลว่า เจ้านาย หรือพระราชา รวมความได้ว่า ราชาแห่งนาคที่ไม่สิ้นสุด

เวลาต่อมา เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งประดิษฐานผ้าพระกฐิน เทียบยังสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญผ้าพระกฐินจากบุษบกเรือพระที่นั่งอันตนาคราชไปรอทูลเกล้า ฯ ถวาย ในพระอุโบสถฯ

เวลา 16.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบยังสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

การนี้ เสด็จขึ้นท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราม พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานความเรียบร้อยของการจัดริ้วขบวนเรือพระราชพิธี

เวลาต่อมา เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เทียบเรือพระที่นั่งสุพรรมหงส์เรียบร้ยบร้อยแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จขึ้นสะพาน
หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

เวลา 17.04 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เสด็จไปยังพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้าที่หน้าอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 2 ทรงหยิบผ้าห่มสำหรับห่มพระประธาน พระราชทานเจ้าพนักงานภูษามาลา เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา กราบบังคมทูลรายงานจำนวนพระสงฆ์ จบแล้ว ทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้าพาดระหว่างพระกร ทรงกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ทรงวางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิม แล้วทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์ รูปที่ 2 เมื่อพระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรมแล้ว และพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก

จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่กราบบังคมทูลเบิกผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินบำรุงพระอาราม เฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึกตามลำดับ และทรงลาพระสงฆ์

ในโอกาสนี้พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ถวายพระพุทธรูปหลวงพ่อแจ้ง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว เหรียญหลวงพ่อแจ้ง ตะกรุดหน้าผากเสือ พระพิมลธรรม และ เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงรับ การถวายความเคารพของผู้มาเข้าเฝ้าฯ

เสร็จแล้วเสด็จออกชานหน้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนครื่องนมัสการ พระพุทธนฤมิตร พระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่2 แล้ว เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สู่มรดกโลก” ถ่ายทอดประวัติการสร้างพระปรางค์ พระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ ตลอดจนการบูรณปฏิสังขรณ์และการดูแลรักษาพระอารามสืบต่อกันมา พร้อมนำเสนอคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานเสนอพระปรางค์วัดอรุณสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

นอกจากนี้ นิทรรศการยังนำเสนอประวัติพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รวมถึงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๔๘ พรรษา เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนมีส่วนร่วมสืบสานและอนุรักษ์สมบัติอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป

แล้วเสด็จ ฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเสด็จ ฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ลานหน้าเก๋งจีน วัดอรุณราชวราราม เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระระราชวังดุสิต

ที่มา: แนวหน้า