ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี 4 รอบ พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเต็ม2 ฝั่งเจ้าพระยา 5 ริ้วขบวนยิ่งใหญ่สง่างาม
6 พฤศจิกายน 2569 - เวลา 15.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าวาสุกรี กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกา เฝ้า ฯ รับเสด็จ ณ ที่นี้ กองทัพเรือจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ไว้พร้อม ณ ท่าวาสุกรี เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญผ้าพระกฐินประดิษฐานในบุษบกบนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ขณะที่เรือพระราชพิธีทุกลำตั้งขบวนในแม่น้ำเจ้าพระยา
เสด็จ ฯ ไปยังสะพานฉนวนประจำท่าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้า ฯ รับเสด็จ ณ ที่นั้น พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารคกราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จลงประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี นายเรือตีกรับ ฝีพายถวายบังคม พลเรือเอก ถุงเงิน จงรักชอบ ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนฝีพายประจำเรือพระที่นั่งแล้ว
นาวาเอก คมสันต์ ศรีหลง นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เข้าเทียบสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม ขณะนี้ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ส่งเสด็จบริเวณปลายฉนวนประจำท่าวาสุกรี
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการแจ้งนายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ให้ยาตราขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เวลา 15.43 น . เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี เพื่อเข้าริ้วขบวน กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เจ้าพนักงานประโคมกระทั่ง มโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนไปตามลำดับ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ์ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และ เรือเอกไชยหลาวทอง ออกเรือตาม
จากนั้นเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช “เห่เกริ่น” จบเห่เกริ่น ตามด้วยบทชะวะเห่ และมูลเห่ ประกอบด้วย บทสรรเสริญพระบารมี บทกาพย์เรือเฉลิมพระเกียรติสี่รอบพระนักษัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี บทชมเรือกระบวน กล่าวถึงความสวยงาม และความวิจิตรงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ และบทบุญกฐิน กล่าวถึงวัฒนธรรม การทอดกฐินของประเทศไทย โดยกาพย์เห่เรือที่ใช้ในพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ เป็นบทประพันธ์ที่แต่งขึ้นใหม่ จำนวน 4 บท เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสและวาระสำคัญ โดยมี พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย เป็นผู้ประพันธ์
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้ ประกอบด้วยเรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย มีความยาว รวม 1,280 เมตร และกว้าง 90 เมตร รวมระยะทาง 3.9 กิโลเมตร กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจากกองทัพเรือหลากหลายหน่วยรวมกว่า 2,200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติในฐานะฝีพายในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ผ่านกระบวนการฝึกซ้อมที่ยาวนานและเข้มงวด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย และธำรงไว้ซึ่งพระราชประเพณีอันยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดของไทย
ในขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ จัดสร้างด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง ได้แก่ เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งทรง จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่ง สำหรับพระมหากษัตริย์ ทรงประทับ เรือพระที่นั่งทรงสำรอง 2 ลำ คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือทรงผ้าไตร จำนวน 1 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือกลองใน-เรือกลองนอก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วยเรือกลองใน คือ เรือแตงโม เป็นเรือสำหรับ ผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองนอก คือ เรืออีเหลือง เป็นเรือสำหรับ รองผู้บัญชาการขบวนเรือ
เรือตำรวจ จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือตำรวจ 1-3 ซึ่งเป็นเรือของพระตำรวจ มีหน้าที่เป็นองครักษ์ เรือแซง จำนวน 1 ลำ คือ เรือแซง 7 ซึ่งเป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
เรือริ้วสายใน จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวมเป็น 14 ลำ ประกอบด้วย เรือประตูหน้า จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือนำริ้วขบวน เรือพิฆาต จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนที่ใช้ในการรบ
เรือรูปสัตว์ จำนวน 8 ลำ ประกอบด้วย เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือเป็นรูปสัตว์จริงหรือสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อบอกถึงเรือลำใดเป็นของกรมใด หรือขุนนางผู้ใด เรือคู่ชัก จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งเมื่อน้ำเชี่ยว ต้องการให้แล่นเร็วขึ้น เป็นต้น
เรือริ้วสายนอก จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง จำนวน 22 ลำ ประกอบด้วย เรือดั้ง 1–22 เป็นเรือป้องกันหน้าขบวนเรือ เรือแซง จำนวน 6 ลำ ประกอบด้วย เรือแซง 1 - 6 เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
ตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนฝีพายใช้ความสามัคคี รวมถึงพละกำลังมหาศาลในการควบคุมเรือ ให้เคลื่อนที่ออกไปผสานจังหวะการดึงไม้พายให้เข้ากับเสียงเห่เรืออย่างพร้อมเพรียงด้วยท่าพายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยท่าพายนกบินใช้เฉพาะเรือพระที่นั่ง เพื่อให้ริ้วขบวนเรือสมพระเกียรติสูงสุด ทำให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เห็นความสง่างามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอีกครั้ง โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ลงประจำเรือพระราชพิธี ลำต่างๆ ดังนี้ เรือแตงโม ได้แก่ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือทองขวานฟ้า ได้แก่ พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ เรือทองบ้าบิ่น ได้แก่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เทียบสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญผ้าพระกฐินจากบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ไปรอทูลเกล้า ฯ ถวาย ในพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะเข้าเทียบท่าฉนวนน้ำหน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล
เวลา 16.47 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เรียบร้อยแล้ว นายเรือตีกรับ ฝีพายถวายบังคม แตรเดี่ยว เรือแตงโม เป่าเพลงคำนับพร้อมกัน เสด็จขึ้นท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายอรรพิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝ้า ฯ รับเสด็จที่บริเวณปลายฉนวนน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ เข้าห้องประทับรับรอง ประทับพักพระราชอิริยาบถ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จขึ้นสะพาน หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เสด็จเข้าห้องประทับรับรอง ประทับพักพระอิริยาบถ สมควรแก่เวลา
เวลา 17.04 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปยังพระอุโบสถ เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับยืนหน้าเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ยืนหน้าเก้าอี้
ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานพระอุโบสถ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 2 ทรงกราบ ทรงหยิบผ้าห่มสำหรับพระประธานที่วางอยู่บนผ้าไตร พระราชทานเจ้าพนักงานภูษามาลา แล้วประทับยืน ณ ที่นั้น นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา กราบบังคมทูลรายงานจำนวนพระสงฆ์ จบ
ทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้นพาดระหว่างพระกร แล้วประนมพระหัตถ์ ผินพระพักตร์สู่พระประธาน ทรงว่า “นะโม ตัสสะ ฯ” จบ 3 หนแล้วผินพระพักตร์สู่ที่ชุมนุมสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ทรงวางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิม
ทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ทำพิธีกฐินกรรม
เมื่อพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมานั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว เสด็จ ฯ ไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก
จากนั้น นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ กราบบังคมทูลรายงานความสำคัญของการจัดนิทรรศการพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สู่มรดกโลก ขอพระราชทานเชิญเสด็จ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ และกราบบังคมทูลเบิก ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินบำรุงพระอาราม เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 100 ราย
เสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามถวายพระพุทธรูปหลวงพ่อแจ้ง หน้าตัก 9 นิ้ว เหรียญหลวงพ่อแจ้ง ตะกรุดหน้าผากเสือ พระพิมลธรรม และเขี้ยวเสือหลวงพ่อปานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ถวายเหรียญหลวงพ่อแจ้ง และเขี้ยวเสื้อหลวงพ่อปาน แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร มอบเหรียญหลวงพ่อแจ้ง แด่เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ
เสด็จออกชานหน้าพระอุโบสถพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธนิรมิต พระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่ 2 ทรงกราบ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร เสด็จออกจากพระอุโบสถ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปยังห้องประทับรับรอง เสด็จเข้าห้องประทับรับรอง ประทับพักพระราชอิริยาบถ
สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากห้องประทับรับรอง ไปยังบริเวณนิทรรศการพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สู่มรดกโลก ทอดพระเนตรนิทรรศการ
เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงกราบ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพุ่มดอกไม้และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี วางพุ่มดอกไม้ และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จ ฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ลานหน้าเก๋งจีน วัดอรุณราชวราราม เสด็จพระราชดำเนินกลับ
บรรยากาศทุกพื้นที่ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสุดคึกคัก มีประชาชนและชาวต่างชาติจำนวนมากเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและใจจดใจจ่อรอชื่นชมความวิจิตรตระการตาของเรือพระที่นั่งและเรือพระราชพิธีตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนเหนือสายน้ำ ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญหนึ่งเดีวในโลก โดยพื้นที่ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ได้แก่ วัดราชาธิวาส ,วัดเทวราชกุญชร ,ธนาคารแห่งประเทศไทย, ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย , สวนสันติชัยปราการ ,พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
,สวนนาคราภิรมย์,สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล,วัดคฤหบดี ,ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี,ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ,สวนสุขภาพโรงพยาบาลศิริราช ,อุทยานสถานภิมุข,วัดระฆังโฆสิตาราม และหอประชุมกองทัพเรือ โดยประชาชนต่างตั้งใจเก็บภาพและคลิปวิดีโอริ้วขบวนเรือในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
นางสาวขณิตา สุวรรณฉิม ชาวจ.กาญจนบุรี อายุ 39 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากจ.กาญจนบุรี พร้อมน้องสาว นางสาว อัญญารัตน์ ประภานนท์ ถึงกรุงเทพฯ ช่วงเช้า จากนั้นช่วงเที่ยงเข้าพื้นที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จและชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่อัฒจันทน์ ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งเต็มทุกที่นั่ง รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นไทย เป็นครั้งแรกได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญถวายผ้าพระกฐิน พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ได้เปล่งเสียงทรงพระเจริญพร้อมสัมผัสความอลังการของเรือพระราชพิธี แต่ละลำมีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างสรรค์อย่างวิจิจรงดงาม ส่วนน้องสาวตื่นเต้นมากเมื่อได้ชมริ้วขบวนเรือ เก็บภาพประทับใจกันอย่างมีความสุข
นายนพนัยน์ ชักโยง ชาวกทม. กล่าวว่า “ตั้งใจมาร่วมอนุโมทนาบุญกับในหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ในการพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินในครั้งนี้ รวมทั้งความงดงามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่เป็นมรดกของชาติ หนึ่งเดียวในโลก
พันจ่าหญิงศศิวิมล พงษ์เพชร พยาบาลกรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า ก่อนจะมีพระราชพิธีครั้งนี้ ตนและบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมกันดูแลสุขภาพฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่กำลังพลกองทัพเรือ 2,200 นาย เพื่อให้การฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งในวันนี้ มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ในโอกาสนี้ด้วย รวมทั้งมาให้กำลังใจกำลังพลที่มาปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้อย่างแขงขัน
วันเดียวกัน เวลา 07.59 น. ณ อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ ก่อนการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม
The post งดงามหนึ่งเดียวในโลก! ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค appeared first on .
ที่มา: ไทยโพสต์