เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีสถานศึกษาหลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และล่าสุดมีสถานศึกษาที่จำเป็นต้องประกาศปิดการเรียนการสอนแล้ว 30 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งตนได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ให้ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ให้พิจารณาปรับรูปแบบหรือระยะเวลาการจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันต้องติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพเส้นทางการเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนและครูต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมกำลังจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือ Fix it Center ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยนำความรู้และทักษะของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา และครูผู้สอน มาช่วยแก้ไขปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น การตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน ตลอดจนการซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม นอกจากนี้ สอศ.ยังได้จัดตั้ง “ครัวอาชีวะ” เพื่อประกอบอาหารและจัดส่งให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่การเดินทางและการประกอบอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยถือเป็นการนำศักยภาพของสถานศึกษาอาชีวศึกษามาใช้ในการช่วยเหลือสังคมควบคู่กับการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
“เมื่อสถานการณ์น้ำลดลงและพื้นที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะต้องเร่งสำรวจความเสียหายของสถานศึกษาในแต่ละสังกัด ทั้งอาคารเรียน ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน ครุภัณฑ์ ระบบสาธารณูปโภค และพื้นที่โดยรอบ เพื่อจัดทำข้อมูลสำหรับวางแผนบูรณะและซ่อมแซมให้สามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว เรื่องสำคัญหลังน้ำลด คือการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน เพราะอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยง ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนที่จะให้นักเรียนและบุคลากรกลับเข้าไปใช้อาคาร รวมถึงต้องวางแผนการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา เพราะอยู่ในช่วงการสอบกลางภาค” นายประเสริฐ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ศธ.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งให้การดูแลครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือในช่วงเกิดภัย การฟื้นฟูสถานศึกษาหลังน้ำลด และการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบภัยสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
ที่มา: เดลินิวส์