อึ้งทั้งประเทศ! เส้นเงินบริจาค 815 ล้าน โยกเข้าบช. "บุ๋ม ปนัดดา" ซื้อประกัน-แบรนด์เนมฉ่ำๆ-ผ่อนบ้าน

อึ้งทั้งประเทศ! เส้นเงินบริจาค 815 ล้าน โยกเข้าบช. "บุ๋ม ปนัดดา" ซื้อประกัน-แบรนด์เนมฉ่ำๆ-ผ่อนบ้าน

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการ ปอศ. ได้แถลฃเปิดเผยเส้นทางการเงินมูลนิธิงค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา ว่า ก่อนหน้านี้ ออยศรี ทำหนังสือมาถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อให้สอบสวนความผิดปกติของการรับเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี

ต่อมา บก.ปอศ. ได้เข้ามาตรวจสอบ พบว่า เป็นการกระทำความผิด ร่วมกันทางฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดฐานกฎหมายฟอกเงิน มีการลงสื่อออนไลน์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาค โดยอ้างว่านำเงินที่บริจาคมาใช้ในกิจกรรมการกุศล บริจาคให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 60 ได้มีการสร้าง Facebook ชื่อว่าองค์กรทำดี เชิญชวนให้ประชาชนิข้าไปบริจาคโดยใช้บัญชีเดิมที่ตัวเองเคยทำไว้เมื่อปี 58 และเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 65 เมื่อมียอดบริจาคเพิ่มขึ้นมาก ผู้ต้องหาจึงได้จัดตั้งมูลนิธิ ใช้ชื่อมูลนิธิองค์กรทำดี โดยมีปนัดดาเป็นประธานและมีกรรมการอีก 5 คน

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ปี 65 ได้เปลี่ยน Facebook จากองค์กรทำดีเป็นมูลนิธิองค์กรทำดีและเมื่อวันที่ 25 ก.ค 65 มีการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิให้การรับรองเอาบัญชีส่วนตัวที่เคยเปิดไว้เมื่อปี 58 ที่ลงท้ายด้วย 903 มาเป็นบัญชีหลักในการรับบริจาคและยังคงเปิดบริจาคเงินจากประชาชนโดยทั่วไป ในวันเดียวกันนั้นได้มีการประชุมเพื่อให้เปิดบัญชีในนามของมูลนิธิ ซึ่งเป็นไปตามหลักการเปิดบัญชีของสถาบันการเงิน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 65 ทางมูลนิธิได้ไปเปิดบัญชีกับทางธนาคารชื่อ มูลนิธิองค์กรทำดี หลังจากนั้น ไม่มีการยกเลิกบัญชีเดิมและเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 65 ก็ได้โพสต์ Facebook เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคในบัญชีที่ทางนิติบุคคลเปิดขึ้น

หลังจากนั้นวันที่ 3 พ.ค. 68 ซึ่งเป็นช่วงที่มีความคิดที่จะย้ายมูลนิธิจากเขตบางเขน ไปปทุมธานีโดยมีการซื้อที่ดินรองรับไว้ และจะเริ่มก่อสร้างมูลนิธิ บุ๋ม ปนัดดาได้เปิดบัญชีอีก 1 บัญชี ซึ่งไม่ใช่เป็นบัญชี มูลนิธิ แต่เป็นอีกบัญชีโดยใช้ชื่อ สมทบองค์กรทำดี ซึ่ง บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้มีอำนาจ ก่อนจะเปิดรับบริจาคเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนทั้งบริจาคและร่วมสร้างมูลนิธิ

โดยพบว่า บัญชีที่รับบริจาคทั้งหมดมีทั้งหมด 3 บัญชี

1. บัญชีของ บุ๋ม ปนัดดา 2.บัญชีของมูลนิธิ 3. บัญชีของ บุ๋ม ปนัดดา ซึ่งต่อมาเราตรวจพบว่ารายละเอียดการเปิดบัญชีทั้ง 3 บัญชี บุ๋มปนัดดาเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งจ่ายทั้งสิ้น

จากการวิเคราะห์เส้นเงิน พบว่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 3 บัญชีหลัก มีการเชิญชวนให้ทุกคนเข้ารับบริจาคและมีผู้บริจาค ทั้งหมด 3 ล้าน 2 แสนกว่าครั้ง จาก 1 ล้านบัญชี (บางบัญชีอาจจะบริจาคหลายครั้ง) รวมเงินทั้งหมด 815 ล้าน ระหว่างนั้นก็มีการทำธุรกรรมโยกย้ายเงิน จากบัญชีมูลนิธิไปบัญชีส่วนตัว ในชื่อบัญชีกองทุนและโยกจากบัญชีกองทุนย้อนกลับมาบัญชีสมทบ ซึ่งเป็นบัญชีส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา ทั้งสิ้น

ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนสาเหตุการโยกย้ายนี้ ก็พบว่า ข้อบังคับของมูลนิธิในบางกรณีอาจจะเป็นข้อจำกัดในการทำธุรกรรมเบิกจ่ายเงิน จะเบิกจ่ายเงินเกิน 500,000 บาท ต้องผ่านคณะกรรมการ แต่มีข้อยกเว้นบ้างในกรณีที่มีความเร่งด่วน ซึ่งอันนี้เป็นแผนประทุษกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อให้สะดวกแก่การโยกย้ายเงินออกจากบัญชีหลักทั้งหมด

หลังจากนั้นตรวจสอบพบว่าเงินเหล่านี้ถูกโยกย้ายไปใช้ในกิจการของมูลนิธิบ้าง แต่ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปในกิจกรรมของส่วนตัว หลายกรณีถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งมูลนิธิ

บัญชีแรก ที่เป็นบัญชีหลัก พบว่า เบื้องต้นถูกใช้ทั้งหมด 12 กิจกรรม รวมมูลค่าประมาณ 520.7 ล้านบาท เช่น มีบัญชีโอนเข้า บุ๋ม ปนัดดา ที่มีการเปิดบัญชีรองรับอีก 9 บัญชี เป็นเงินทั้งสิ้น 249 ล้านบาท

บัญชีรายการที่ 2 เป็นการโอนให้ ก็อต อธิป 3 บัญชีเป็นเงินประมาณ 99 ล้านบาท นอกจากนั้นพบว่าโอนให้บิดา 21 ครั้ง เป็นเงิน 4.6 ล้านบาท โอนให้กับช่างที่ก่อสร้างพูลวิลล่าในภูเก็ต (ช่างเอ๋) ป็นเงิน 18 ล้านบาทแล้วพบอีก 1 เส้นเงินมีการโอนให้ 1 ในคณะกรรมการมูลนิธิ เป็นเงินทั้งสิ้น 36 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนต่อไป

นอกจากนั้นยังพบว่ามีการโอนให้กับ นิติบุคคลที่จัดตั้งโดยช่างเอ๋ อีก 2 นิติบุคคลเป็นเงิน 2.4 ล้านบาท และ 17 ล้านบาท

และยังพบว่ามีการโอนเงินไปซื้อประกันชีวิต ซึ่งพบว่ามีบุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้รับผลประโยชน์อีก 1 ครั้ง 10 ล้านบาท ต่อมาพบว่ามีการโอนเงินไปซื้อกองทุนจำนวน 6 กองทุน รวมทั้งสิ้น 24 ล้านบาท และโอนเงินจากบัญชีกองทุนไปซื้อเครื่องประดับ ประเภทกระเป๋าแบรนด์เนม ประมาณ 2.7 ล้านบาท มีการถอนเงินออกจากบัญชีข้างต้นไปยังเคาน์เตอร์ธนาคารอีกจำนวน 30 ครั้งเป็นจำนวนเงิน 42 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังมีเส้นทางการเงินที่บ่งชี้บัญชีกองทุนไปชำระบัตรเครดิตของ บุ๋ม ปนัดดาเองจำนวน 251 ครั้งจากบัตรเครดิต 2 ใบเป็นเงินทั้งสิ้น 19 ล้านบาท

บัญชีที่ 2 ซึ่งบัญชีเป็นบัญชีกองทุนมูลนิธิ มีการโยกย้ายไปบัญชีส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา หลายครั้งเงินรอบแรก 100 ล้านบาท ที่เหลือก็มีการโอนไปยังบัญชีของ บุ๋ม ปนัดดาอีก 3 ครั้ง เป็นเงิน 6 ล้านบาทบัญชีของก็อต อธิป 15 ครั้งประมาณ 23 ล้านบาท และพบว่ามีการถอนเงินจากเคาน์เตอร์ของธนาคาร 16 ครั้งเป็นเงิน 21 ล้านบาท และ บางส่วนนำเงินไปชำระค่าผ่อนชำระที่พักอาศัยและค่าส่วนกลางอีกจำนวน 3 แสนกว่าบาท

บัญชีที่ 3 บัญชีสมทบที่ บุ๋ม ปนัดดา เปิดไว้เพื่อที่จะอ้างว่า ให้บริจาคเพื่อสร้างมูลนิธิแห่งใหม่ที่ปทุมธานี พบว่าส่วนหนึ่งมีการโอนไปบัญชี บุ๋ม ปนัดดา 44 ครั้ง เป็นเงิน 2 ล้านบาท และโอนให้กับ ก็อต อธิป 500,000 กว่าบาท ส่วนหนึ่งมีการโอนไปยังนักธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังไม่เปิดเผยซึ่งจะต้องมีการสืบสวนต่อไปว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อย่างไรเป็นเงิน 8.8 แสนบาท

ดังนั้นรวมที่เราตรวจพบปัจจุบันมีเงินที่ถูกออกจากบัญชีรับบริจาค 3 บัญชีเป็นเงินโดยรวมประมาณ 527 ล้านบาทโดยประมาณ พนักงานสอบสวนจึงออกหมายจับ บุ๋มปนัดดา ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน ส่วน ก็อต อธิป เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายในเรื่องของฉ้อโกงประชาชน แต่พฤติกรรมการกระทำโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินหรือรับโอนเงิน ก็เป็นพฤติกรรมฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกง

ที่มา: คมชัดลึก