เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) แถลงความคืบหน้าคดีตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” และ “ก๊อต อธิป” เกี่ยวข้อง โดยเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่พบความผิดปกติ มีการโอนเงินมากกว่า 3.2 ล้านครั้ง รวมมูลค่าสูงถึง 815 ล้านบาท ในจำนวนนี้ตำรวจระบุว่าพบการยักย้ายถ่ายเทเงินออกจากบัญชีไปใช้จ่ายส่วนตัวผิดวัตถุประสงค์กว่า 500 ล้านบาท
จากการสืบสวนตำรวจได้ไล่เรียงพฤติการณ์ย้อนหลังไปถึงเดือน พ.ย. 2558 โดยระบุว่า บุ๋ม ปนัดดา เริ่มใช้สื่อออนไลน์เชิญชวนประชาชนบริจาคเงินเข้าบัญชีส่วนตัว อ้างว่าจะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล ต่อมาในปี 2560 ได้เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิ แต่ยังคงใช้บัญชีส่วนตัวเดิมเป็นช่องทางรับบริจาค
กระทั่งปี 2565 มีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี อย่างเป็นทางการ โดยบุ๋ม ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ และมีการประชุมกรรมการเพื่อปรับให้บัญชีส่วนตัวดังกล่าวเป็นบัญชีหลักสำหรับรับเงินบริจาค ควบคู่กับการเปิดบัญชีในนามมูลนิธิเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2565 นอกจากนี้ยังเปิดบัญชีส่วนตัวอีกหนึ่งบัญชี โดยอ้างว่าใช้สำหรับรับเงินสมทบทุนก่อสร้างสำนักงานมูลนิธิแห่งใหม่
ตำรวจระบุว่า บัญชีทั้ง 3 บัญชีดังกล่าว บุ๋ม เป็นผู้มีอำนาจสั่งการแต่เพียงผู้เดียว โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้บัญชีบุคคลธรรมดาควบคู่กับบัญชีมูลนิธิ ซึ่งอาจเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายเงินได้โดยไม่ต้องผ่านข้อจำกัดตามข้อบังคับของมูลนิธิ
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตำรวจระบุว่า แม้จะพบเงินบางส่วนถูกนำไปใช้ในกิจกรรมการกุศลจริง แต่ยังพบธุรกรรมที่เข้าข่ายนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีการโอนเงินไปยังบัญชีของนายก๊อต อธิป บิดาของบุ๋ม ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างพูลวิลล่า กรรมการมูลนิธิบางราย รวมถึงนิติบุคคลที่จัดตั้งโดยบุคคลที่ตำรวจระบุว่าเป็น “ช่างเอ๋”
นอกจากนี้ยังพบรายการใช้จ่ายที่ตำรวจระบุว่าเป็นการใช้เงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหลายรายการ อาทิ การนำเงินไปซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระบุชื่อตนเองเป็นผู้รับผลประโยชน์ นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม 6 กองทุน ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมหรู ชำระค่าบัตรเครดิตมากกว่า 200 ครั้ง รวมถึงจ่ายค่าส่วนกลางบ้านพัก
ขณะที่บัญชีที่ระบุว่าเปิดขึ้นเพื่อรับเงินสมทบทุนก่อสร้างสำนักงานมูลนิธิแห่งใหม่ ยังพบรายการโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัว โอนให้นายก๊อต และนักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย
เมื่อรวบรวมธุรกรรมจากบัญชีทั้ง 3 บัญชี ตำรวจระบุว่าพบยอดเงินที่ถูกโยกย้ายออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์รวมกว่า 500 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากการตรวจค้นและตรวจสอบเส้นทางการเงินไว้ประกอบสำนวนคดีแล้ว
สำหรับการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง ตำรวจระบุว่า เบื้องต้นบุ๋ม ปนัดดา ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่ามีความสับสนเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ขณะที่นายก๊อต อธิป อ้างว่าเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของบุ๋ม
นอกจากนี้ ตำรวจยังเปิดเผยประเด็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคน โดยระบุว่าจากการสอบสวนพบว่ายังคงใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา ทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัย ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่เจ้าหน้าที่นำมาประกอบการตรวจสอบความเกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินของบุคคลทั้งสอง.
ที่มา: เดลินิวส์