กำนันมะโน นำมวลชน 200 คน ปักหลักชะอำใต้ เปิดเวทีจี้รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำมันแพง–ยาเสพติด เตรียมเคลื่อนขบวนเข้ากรุง 8 พ.ย.
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่าย “แนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน” (นปผ.) นำโดยนายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นำมวลชนประมาณ 180 คน พร้อมรถยนต์ประมาณ 70 คัน ติดสัญลักษณ์ธงชาติไทย เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม ผ่านอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเดินทางไปยังบริเวณถนนเลียบชายหาดชะอำใต้ เทศบาลเมืองชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อจัดกิจกรรมและเปิดเวทีปราศรัยในช่วงค่ำ
โดยเวลาประมาณ 13.40 น. นายมะโนและคณะเดินทางไปพักคอยบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเคลื่อนขบวนใช้ความเร็วประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่พบมวลชนออกมายืนรอต้อนรับตลอดเส้นทาง ขณะที่สภาพอากาศมีฝนตกเล็กน้อย ต่อมาเวลา 14.47 น. ขบวนเดินทางถึงตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีประชาชนประมาณ 5 คน มารอต้อนรับ พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 1,000 บาท และน้ำดื่มจำนวน 12 แพ็ก
กระทั่งเวลา 14.50 น. นายมะโนได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แจ้งความเคลื่อนไหวการเดินทางของคณะว่า ขณะนี้เข้าสู่พื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว และคาดว่าจะเดินทางถึงสวนสาธารณะชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเวทีปราศรัยในเวลา 18.00 น. พร้อมเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟัง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศที่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเปิดไฟหรี่รถยนต์ขณะเดินทาง โดยเฉพาะในเวลากลางวัน เพื่อสะท้อนความไม่พอใจต่อราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพ ภาวะเศรษฐกิจ การบริหารงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล และปัญหายาเสพติด โดยย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม เพียงเปิดไฟหรี่รถยนต์ก็สามารถร่วมแสดงออกได้
สำหรับพื้นที่จัดกิจกรรมบริเวณถนนเลียบชายหาดชะอำใต้ เทศบาลเมืองชะอำ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและกางเต็นท์บริเวณริมชายหาดจำนวนหนึ่ง โดยรถยนต์ส่วนใหญ่ต้องจอดริมถนน การจัดกิจกรรมจึงอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน ทั้งนี้ การประสานขออนุญาตใช้สถานที่ ใช้เครื่องเสียง และจัดการชุมนุม มี น.ส.รุ่งทิวา ชัยกิจ เครือข่ายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ประสานงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า นายมะโนได้ยื่นหนังสือแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีรับทราบปัญหาต่าง ๆ อาทิ ราคาน้ำมัน ปัญหายาเสพติด และประเด็นอื่น ๆ กำหนดจัดการชุมนุมแบบปักหลักโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายสถานที่ บริเวณแยกพาณิชยการ หน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร และพื้นที่โดยรอบถนนพิษณุโลกกับถนนพระราม 5 กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12.00 น. ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2569 เวลา 12.00 น. รวมระยะเวลา 30 วัน โดยแจ้งจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 300-1,000 คน พร้อมเตรียมรถยนต์ 5 ล้อ จำนวน 2 คัน รถยนต์ 4 ล้อ จำนวน 2 คัน เครื่องขยายเสียงกำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์ จำนวน 8 ชุด และลำโพงขนาด 2,000 วัตต์ จำนวน 16 ตัว
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายมะโนและขบวนรถเดินทางเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี บริเวณตำบลชะอำ อำเภอชะอำ ผ่านถนนเพชรเกษม โดยการจราจรไม่ติดขัด สภาพอากาศปลอดโปร่ง อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านไม่ค่อยได้รับความสนใจจากประชาชน และไม่มีมวลชนออกมาต้อนรับอย่างคึกคัก
เวลา 17.20 น. ขบวนรถทยอยเดินทางถึงบริเวณชายหาดซอยชะอำ 31 ถนนร่วมจิตร (ชะอำใต้) ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยเมื่อนายมะโนเดินทางถึงพื้นที่ ได้พบกับ พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ซึ่งเข้าพบปะพูดคุยเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของกลุ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันมวลชนเริ่มจับจองพื้นที่เพื่อเตรียมจัดกิจกรรม พร้อมทดสอบเครื่องขยายเสียง และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมขอถ่ายภาพร่วมกับนายมะโน
กระทั่งเวลา 18.00 น. มีการแสดงดนตรีสด ก่อนที่แกนนำจะสลับกันขึ้นปราศรัยบนรถติดตั้งเครื่องขยายเสียง โดยนายอารี เพชรสวัสดิ์ หรือ “หมออารี” กล่าวถึงเหตุผลการรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน ปัญหายาเสพติด และการซื้อขายตำแหน่ง โดยมีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ประมาณ 200 คน ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบเวทีปราศรัยมีการเตรียมกล่องกระดาษติดสัญลักษณ์ “นปผ.” เพื่อรับเงินบริจาคจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม
ส่วนการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประมาณ 40 นาย ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบ
สำหรับความเคลื่อนไหวในวันถัดไป (8 พ.ย.69) กลุ่มผู้ชุมนุมคาดว่าจะออกเดินทางจากพื้นที่อำเภอชะอำ ในช่วงเวลาประมาณ 09.00-10.00 น. โดยใช้เส้นทางราชบุรี-นครปฐม-นครชัยศรี-พุทธมณฑล-ถนนบรมราชชนนี-สะพานพระปิ่นเกล้า-ถนนนครสวรรค์-แยกนางเลิ้ง มุ่งหน้าสู่จุดหมายบริเวณหน้าศาลกรมหลวงชุมพร ถนนพิษณุโลก กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมตามที่ได้แจ้งไว้
ที่มา: มติชน