‘กมธ.งบประมาณปี 70’ มีมติตัดเงินจ่ายหนี้ คดีคลองด่าน 3,000 ล้านบาท

‘กมธ.งบประมาณปี 70’ มีมติตัดเงินจ่ายหนี้ คดีคลองด่าน 3,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณารายงานของอนุ กมธ. ที่ปรับลดงบประมาณของหน่วยงาน และคำอุทธรณ์ของหน่วยงานที่ถูกปรับลด

โดยนายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานอนุ กมธ.ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น เสนอรายงานการปรับลดตอนหนึ่งว่า ได้วงเงินพิจารณา 2.24 แสนล้านบาท ปรับลดชั้นอนุ กมธ. 3,200 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 1.4 ทั้งมีการตั้งข้อสังเกตในภาพรวม คือ ให้ใช้จ่ายคุ้มค่า เหมาะสมต่อการพิจารณาประเทศ การสัมมนาให้มุ่งเน้นภายในประเทศ ให้มีเชิงคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้คุ้มค่าต่อการบริหารประเทศ ขณะที่การฝึกอบรม ให้ใช้รูปแบบออนไลน์ ควรทบทวนความจำเป็นหรือคุ้มค่าต่อการฝึกอบรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรฐานจริยธรรมและเป็นข้อพึงปฏิบัติให้ทุกหน่วยดำเนินการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร นอกจากนั้นทบทวนการจัดทุกกิจกรรม ที่พบว่าจัด 76 จังหวัดเพื่อประหยัดงบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาของ กมธ. ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปรับลดในสัดส่วนที่น้อย เพราะจากตัวเลขที่ปรับลด 3,200 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 2.24 แสนล้านบาท พบว่า ปรับลดค่าคดีคลองด่าน 3,000 ล้านบาท ส่วนอีก 200 ล้านบาทเป็นส่วนของไขมัน นอกจากนั้นยังซักถามถึงรายการลดงบประมาณ ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษ ที่ต้องจ่ายเป็นค่าคดีคลองด่าน ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รัฐต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับเอกชน หลักหมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้ใน ร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 หน่วยงานได้เสนอของบเพื่อชดใช้จำนวน 3,000 ล้านบาท แต่อนุ กมธ. ปรับลดออกทั้งหมด พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 144(3) ที่ห้ามให้ไม่ให้ลด หรือ ตัดทอน เพราะเป็นเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในการอภิปรายของ กมธ. ช่วงหนึ่ง นายภราดร ได้ตั้งข้อสังเกตต่อรายละเอียดว่าพบความผิดปกติ ต่อกรณีที่หลังจากที่อนุ กมธ. มีมติปรับลดงบในส่วนดังกล่าวเมื่อต้นเดือน ส.ค. ต่อมาพบว่ามีการเร่งรัดบังคับคดีที่ศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ระหว่างโจทก์ และ กรมควบคุมมลพิษ โดยมีรองอธิบดีดำเนินการ เพื่อทำบันทึกปากคำ ที่ระบุว่าจะบังคับให้จ่ายเงินแบบไหน ช่วงเวลาเท่าใด โดยงวดแรก ระบุว่าจะจ่ายในวันที่ 31 ส.ค. โดยใช้งบกลางปี 2569 งวดสอง จ่ายในวันที่ 1 พ.ย. ใช้งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 และ งวดสาม ใช้งบกลางปีงบประมาณปี 2570 จ่ายในวันที่ 1 เม.ย. 2570

“สิ่งที่บันทึกปากคำพยานนั้นเท่ากับบีบรัฐบาล การใช้หนี้ ที่ต้องใช้งบหมื่นล้านบาท จะเอาที่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ ทั้งนี้บันทึกปากคำพยานที่ได้รับซึ่งแนบมาในเอกสารคำอุทธรณ์ของหน่วยงาน ผมมองว่าไม่เป็นคำสั่ง จึงไม่ถือว่าเป็นกฎหมาย ที่เข้ากับ มาตรา 144(3) ดังนั้น กมธ.จึงตัดลดได้ เพราะเงินที่ต้องจ่ายตามกฎหมายที่เจตนาของรัฐธรรมนูญกำหนดนั้น คือ เงินที่กฎหมายรองรับ เช่น เบี้ยผู้พิการ เบี้ยคนชรา เบี้ยเด็ก อีกทั้งคดีนี้ทราบว่ายังไม่จบ และฟ้องร้องในศาลแพ่ง ทั้งนี้ผมข้องใจว่าเรื่องนี้ควรมีอัยการ หากมีเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ และผมมองว่าการบอกโดยบังคับให้รัฐบาล หรือรัฐสภาต้องจ่าย ใช้งบส่วนใดเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เป็นการแทรกแซงการทำงาน” นายภราดร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมี กมธ.อภิปรายโดยสนับสนุนการอภิปรายของ นายภราดร พร้อมมองว่าความพยายามของหน่วยงานที่ดำเนินการต่อศาล หลังจากที่อนุปรับลด เมื่อต้นเดือนสิงหาคม แต่ได้ทำเรื่องต่อศาล วันที่ 11 ส.ค. ก่อนที่ กมธ.จะพิจารณาการปรับลดของอนุ กมธ. และคำอุทธรณ์ของหน่วยงาน เป็นความไม่ปกติ และมีความไม่ชอบมาพากล โดยช่วงหนึ่ง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. อภิปรายว่า บันทึกปากคำพยานที่ปรากฏเป็นเอกสารนั้น ผู้ดำเนินการเป็นรองอธิบดี ที่บอกชัดว่าจะจ่ายแบบไหน ใช้งบอะไร โดยไม่ถามผู้บริหารประเทศ และระยะเวลาที่ทำในช่วงไม่กี่วันเหมือนเตรียมกันไว้แล้ว เป็นการรับสภาพหนี้ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน วิญญูชนทั่วไปยังทราบถึงการรักษาเงินของชาติ ที่ต้องหารือกันก่อน

นอกจากนั้นแล้ว กมธ.ยังตั้งคำถามด้วยว่า ในงบประมาณปี 2569 ที่ขอเพื่อชดใช้คดีคลองด่าน จำนวน 4,000 ล้านบาท ทราบว่ายังไม่ถูกอนุมัติเบิกจ่าย หากยังติดขัดในประเด็นใดควรมีคำชี้แจง ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กมธ. อภิปรายตอนหนึ่งด้วยว่า เป็นความไม่ชอบมาพากล เพราะเป็นงบหมื่นล้านบาทที่ควรให้รัฐมนตรีรับทราบ ทั้งนี้ตนมองว่าเรื่องจะไม่จบเพียงแค่ กมธ.จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติตามคำขออุทธรณ์หรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ผู้บริหารประเทศต้องติดคุก กับเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล

“งบหมื่นล้านบาท เป็นผลประโยชน์ที่ กมธ.จะหูหนวก ตาบอดไม่ได้ พวกเราอย่าโง่ตามคนที่ทำให้เกิดความเสียหาย รอบปี 2569 ไม่มีการคัดค้าน แต่รอบนี้ กมธ.ใช้ความรอบคอบพิจารณา โดยผมมองว่า กมธ.ตัดได้ ไม่ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในตอนท้ายที่ประชุม กมธ.ได้ลงมติไม่พิจารณาตามคำขออุทธรณ์ของหน่วยงาน โดยนายภราดร กล่าวสรุปว่า เพื่อเป็นการปกป้อง กมธ. หากมีเหตุให้บุคคลนำประเด็นฟ้องร้องต่อศาล โดยงบ 3,000 ล้านบาท ส่วนดังกล่าวที่ตัดไป จะทำข้อสังเกตให้นำไปใส่ไว้ในงบกลาง และมีหมายเหตุว่าเป็นเงินที่จะใช้สำหรับคดีคลองด่าน หากมีคำพิพากษาถึงที่สุดที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเอกชน จะได้นำเงินส่วนดังกล่าวไปชดใช้ ซึ่งไม่ถือว่ารัฐเบี้ยวหนี้ที่ต้องจ่ายตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ในช่วงท้าย มี กมธ.เสนอให้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีต่อประเด็นที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีที่ตัวแทนของกรมควบคุมมลพิษ ไปดำเนินการบันทึกปากคำพยานที่ยอมรับสภาพหนี้ และบอกรายละเอียดถึงขั้นว่าจะต้องจ่ายในวันใดด้วยงบประมาณส่วนใด ซึ่งนายภราดร กล่าวรับว่าตนจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.หมาดไทย เพื่อให้ตั้งกรรมการดำเนินการต่อไป.

ที่มา: เดลินิวส์