สารพัดม็อบบุกทำเนียบ ทั้งชาวจันทบุรีที่ยกขบวนคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ขณะที่กำนันมะโน เตรียมนำมวลชนจากเพชรบุรีเตรียมบุกยื่นข้อเรียกร้อง ทั้งลดค่าครองชีพ แก้ราคาพืชผลตกต่ำ และลดราคาน้ำมันดีเซล ด้านตำรวจวางกำลังเข้ม เตรียมรับสถานการณ์ชุมนุม...
วันที่ 8 พ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล มีหลายม็อบมายื่นข้อเรียกร้อง เริ่มต้นที่เครือข่ายคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี โดยมีประชาชนจำนวนมาก นั่งรถทัวร์ บุกประชิดทำเนียบรัฐบาล นำโดยนายพชรดนัย ใจเที่ยง หรือบอสเอก เป็นตัวแทนเครือข่าย พาประชาชนแสดงเชิงสัญลักษณ์
กลุ่มผู้ประท้วง มีการถือป้ายข้อความต่อต้านการโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาฟังเสียงของประชาชน และมองว่าโครงการนี้เป็นการใช้เงินภาษีประชาชนกว่า 7,200 ล้านบาท โดยไม่มีประโยชน์
นายพชรดนัย ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ได้นำตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการเดินหน้าโครงการดังกล่าว หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการนี้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีได้รวมตัวชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ มีประชาชนเข้าร่วมรายชื่อคัดค้านมากกว่า 20,000 คน ซึ่งในวันนี้ได้นำรายชื่อส่วนหนึ่งมายื่นต่อรัฐบาล เพื่อยืนยันว่าประชาชนในพื้นที่ยังคงมีข้อกังวลและต้องการให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินโครงการ
นายพชรดนัย ย้ำว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้มีประเด็นหลักเพียงเรื่องเดียว คือการคัดค้านการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เนื่องจากมองว่าจังหวัดจันทบุรีมีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว 3 แห่ง แต่ปัญหาที่ประชาชนเผชิญกลับเป็นเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่ทั่วถึง และไม่สามารถส่งน้ำไปถึงผู้ใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่
ซึ่งบางช่วงที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะหน้าแล้ง ยังคงต้องซื้อน้ำมาใช้ในการทำเกษตรกรรม ทั้งที่มีอ่างเก็บน้ำอยู่ในจังหวัดแล้วถึง 3 แห่ง หากแหล่งน้ำเดิมสามารถบริหารจัดการและกระจายน้ำให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง ก็เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้มากกว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่
ชาวจันทบุรีมีความผูกพันและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ โดยเฉพาะผืนป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำ ซึ่งประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
สำหรับงบประมาณโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านบาทนั้น นายพชรดนัยเสนอว่า รัฐบาลควรนำงบประมาณดังกล่าวไปพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งที่มีอยู่เดิม
รวมถึงปรับปรุงระบบกระจายน้ำให้สามารถส่งถึงประชาชนและเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงก่อน แทนที่จะใช้งบประมาณก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ทั้งที่ปัญหาการเข้าถึงน้ำจากแหล่งน้ำเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไข
ทั้งนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ และทบทวนความจำเป็นของโครงการ โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในจังหวัดจันทบุรี
ด้านคุณลุงนายสันติ อายุ 75 ปี เจ้าของสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เปิดเผยถึงเหตุผลที่ออกมาคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี
โดยระบุว่า ในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดจันทบุรีเผชิญน้ำท่วมหนัก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 8 อำเภอ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้พื้นที่สวนผลไม้และพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
ลุงสันติมองว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วม อาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเดิม 3 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่รวมกันไม่ถึง 600 ไร่ โดยตั้งข้อสังเกตว่า น้ำที่กักเก็บไว้ส่วนใหญ่ถูกส่งไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ไม่ได้นำมาใช้เพื่อการเกษตรในจังหวัดจันทบุรี
ขณะเดียวกัน โรงงานอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้น้ำอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ต้องรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำไว้ในปริมาณสูง ไม่สามารถพร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรองรับปริมาณฝนที่ตกลงมาได้อย่างเต็มที่ เมื่อเกิดฝนตกหนักจึงมีความเสี่ยงที่น้ำจะล้นและไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม สร้างความเสียหายให้กับสวนผลไม้จำนวนมาก
ลุงสันติยังไม่เห็นด้วยกับคำชี้แจงที่ว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและทำให้จังหวัดจันทบุรีมีน้ำเพียงพอ การสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีก จะยิ่งทำให้เกิดความกังวล เมื่อถึงฤดูฝน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ด้านล่างจะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากหรือไม่
นอกจากนี้ ลุงสันติยังสะท้อนถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรมต่อเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่า จังหวัดมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 9 แสนไร่ ถือเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญของเกษตรกร หากพื้นที่สวนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เจ้าของสวนจะสูญเสียผลผลิต แต่ยังอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและอาชีพของคนในจังหวัดเป็นวงกว้าง
พร้อมย้ำว่า การปลูกทุเรียนต้องใช้เงินลงทุนสูง หากถูกน้ำท่วมจนต้นทุเรียนตาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงผลผลิตในฤดูกาลเดียว แต่หมายถึงการสูญเสียเงินลงทุนและต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลับมาสร้างรายได้ได้เหมือนเดิม
ส่วนสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ลุงสันติมองว่า ควรให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ปุ๋ย และยาทางการเกษตร รวมถึงพัฒนาระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพ มากกว่าการมุ่งใช้งบประมาณไปกับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม โดยเห็นว่าควรนำงบประมาณไปพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำเดิม รวมถึงช่วยเหลือจังหวัดอื่นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำด้วย
ลุงสันติยืนยันว่า การออกมาคัดค้านไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องการแหล่งน้ำ แต่ต้องการให้รัฐบาลทบทวนความจำเป็นของโครงการ และพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำจะช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีได้จริงหรือไม่ หากท้ายที่สุดน้ำที่กักเก็บไว้กลับถูกส่งไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ชาวสวนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องแบกรับความเสียหายอยู่เช่นเดิม
วันนี้มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมารับหนังสือกับทางกลุ่มผู้ชุมนุม เครือข่ายคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี โดยยืนยันว่าหลังจากนี้จะนำหนังสือไปมอบให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของชาวบ้านต่อไป
ส่วนบรรยากาศที่หน้าทำเนียบรัฐบาล มีตำรวจในพื้นที่จำนวน 2 กองร้อยมาเฝ้าสังเกตุการณ์ ชุดเฉพาะกิจช่างสนามตำรวจได้นำตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 14 ตู้ เข้ามาเตรียมพร้อมในพื้นที่ 2 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จำนวน 4 ตู้ และสะพานมัฆวานรังสรรค์ จำนวน 10 ตู้ โดยเบื้องต้นยังไม่มีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้เป็นแนวกั้น แต่ใช้แผงเหล็กปิดกั้นการจราจรตามจุดที่กำหนดแทน
พร้อมกันนี้ทางกองบัญชาการตำรวจการตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน หรือคฝ. เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การชุมนุม เครือข่ายแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำโดยกำนันมะโน ที่นำมวลชนเคลื่อนจาก จังหวัดเพชรบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มุ่งทำเนียบรัฐบาลเพื่อปักหลักชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องแก่รัฐบาลเพื่อขอให้แก้ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหายาเสพติด และเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันดีเซล ที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงในช่วงเย็นวันนี้.
ที่มา: One31