คนจันท์ไม่เอาเขื่อน หอบรายชื่อ 2 หมื่นรายรวมพลังคัดค้านการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด”

คนจันท์ไม่เอาเขื่อน หอบรายชื่อ 2 หมื่นรายรวมพลังคัดค้านการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด”

คนจันท์ไม่เอาเขื่อน หอบรายชื่อ 2 หมื่นคนรวมพลังคัดค้านการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ย้ำปกป้องป่าเขา 15 ชั้น เพื่อลูกหลาน

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 8 พ.ย.2569 ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล นายพชรดนัย ใจเที่ยง ตัวแทนประชาชนชาวจันทบุรีที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดจันทบุรีมายื่นหนังสือต่อ คณะรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ ครม.ได้อนุมัติให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยชาวบ้านจังหวัดจันทบุรีได้มีการต่อต้านมาโดยตลอด และวันนี้ได้มีการล่ารายชื่อประมาณ 20,000 รายชื่อ เพื่อคัดค้านกิจการดังกล่าว เนื่องจากอ่างเก็บน้ำไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวจันทบุรี และยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้น ที่ปู่ย่าตายายหวงแหนและรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน

ขณะที่ทางด้านนายสันติ ตันศรีสกุล ชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรีได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำไปแล้วจำนวน 3 อ่าง และทั้ง 3 อ่างล้วนแล้วแต่ส่งน้ำไปยังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง โดยที่ชาวบ้านจังหวัดจันทบุรีไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เนื่องจากอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทำให้ต้องมีการกักเก็บน้ำไว้ปริมาณมาก เมื่อฤดูฝนมาอ่างเก็บน้ำดังกล่าวไม่สามารถรับน้ำฝนเพิ่มเติมได้ ส่งผลให้น้ำฝนปริมาณมากไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และสวนผลไม้ของชาวจังหวัดจันทบุรีเสียหาย ล้มตาย ซึ่งกว่าจะปลูกทุเรียนจนเก็บผลผลิตได้ ต้องใช้ต้นทุนไปเท่าไหร่ ขณะเดียวกันเมื่อถึงหน้าแล้งประชาชนกลับต้องซื้อน้ำในราคาแพง เพื่อนำมาใช้ประกอบกิจการ ชาวบ้านจึงออกมาคัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 และนำเงินงบประมาณกว่า 7,200 ล้าน ไปบริหารน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจะดีกว่า

นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำยังสร้างปัญหาระหว่างคนและช้างป่าด้วย เพราะเมื่อพื้นที่ราบถูกนำไปสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำให้ช้างไม่มีที่อยู่ ต้องออกมาหากินในพื้นที่ไร่สวนของชาวบ้านจนเกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน ช้างออกมากินผลไม้ในสวนของชาวบ้านจนชาวบ้านทนไม่ไหว จึงเอายาไปทาที่ผลไม้ส่งผลให้ช้างตายไป 11 ตัว นี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มีทั้งหมด 10 อำเภอ มีคนทำสวนกว่า 9 แสนไร่ แต่กลับถูกน้ำท่วม 8 อำเภอ คำถามคือ ถ้าเป็นอยู่แบบนี้ชาวบ้านชาวสวนจะอยู่กันอย่างไร อยากให้รัฐบาลส่งเสริมพัฒนาในด้านอื่นๆ เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟฟ้า ช่วยค่าปุ๋ย ไม่เอาอ่างเก็บน้ำ

ที่มา: ไทยรัฐ