ประชาธิปัตย์ จับมือ ชุมชนแฟลตคลองจั่น เตรียมยื่นศาลปกครอง ฟ้อง “กทม.-ชัชชาติ” เร่งชดใช้เยียวยาน้ำท่วม ครอบคลุม-เป็นธรรม ชี้บกพร่อง4จุดใหญ่ เรียกร้องรัฐ อุ้มกลุ่มรถผ่อนกุญแจเปล่า
8 พ.ย. 69 – นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีราบชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายราเมศ รัตนะเชวง รองเลขาธิการพรรคและประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์
ลงพื้นที่ชุมชนแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนและทวงถามมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากกรุงเทพมหานคร ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคปชป.
นายสกลธี กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ พบว่า ปัญหามี 2 ส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือ การจ่ายเงินเยียวยาที่มีความล่าช้าอย่างมาก ประชาชนและผู้ประกอบการหลายจุด ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ
ขณะที่กลุ่มที่ได้รับแล้วกลับพบว่า วงเงินเยียวยาขั้นพื้นฐานเพียง 5,000 ถึง 9,000 บาทนั้น ไม่สอดคล้องกับมูลค่าความเสียหายจริง เช่น กรณีร้านค้า และร้านหนังสือในชุมชน ที่ได้รับความเสียหายสูงถึง 700,000 บาท รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารอีกกว่า 80,000 บาท
ส่วนที่สอง ประชาชนชาวแฟลตคลองจั่น ได้มีฉันทามติร่วมกับทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ในการเตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีปกครอง ต่อกรุงเทพมหานคร โดยการนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และเงินเยียวยาความเสียหายให้ครอบคลุมและเป็นธรรม
โดยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของฝ่ายบริหาร กทม. ใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การบริหารจัดการน้ำ ขาดการพร่องน้ำล่วงหน้าและไม่มีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเพียงพอ
2. ปล่อยให้มีสิ่งปลูกสร้างขวางทางระบายน้ำก่อนเกิดเหตุน้ำท่วม 3. ระบบการเตือนภัยล้มเหลว ในช่วงคืนวันที่ 25 ต.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 26 ต.ค. ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนจากหน่วยงานของ กทม.
ทั้งที่เจ้าหน้าที่ประจำอยู่หน้างานและทราบสถานการณ์ระดับน้ำในขั้นวิกฤตก่อนหน่วยงานอื่น ส่งผลให้ประชาชนในย่านแฟลตคลองจั่น รวมถึงพื้นที่ร่มเกล้า ไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน รถยนต์และยานพาหนะต้องจมน้ำเสียหายหลายพันคัน โดยยังไม่ได้รับการชดใช้ที่เหมาะสม
และ 4. ความพร้อมและประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ เกิดข้อกังขาว่าเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มประสิทธิภาพ 100% หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลในหลายจุดพบว่ามีเครื่องสูบน้ำชำรุดเสียหายและไม่พร้อมใช้งาน
จึงขอตั้งคำถามไปยังผู้บริหาร กทม. ว่า รู้อยู่แล้วว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูมรสุม และมีฝนตกชุก เหตุใดจึงไม่มีการตรวจเช็กและจัดซ่อมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมทำงานล่วงหน้า
นายสกลธี กล่าวต่อว่า ปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก ของเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำท่วมมิดคัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ทำประกันภัยชั้น 1 และยังติดภาระผ่อนชำระค่างวดกับสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์
ซึ่งทำให้ประชาชน ต้องตกอยู่ในสภาพ ผ่อนกุญแจเปล่า แบกรับภาระจ่ายค่างวดรถที่พังเสียหายใช้การไม่ได้ ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความประมาท หรือความบกพร่องของประชาชนเลย หากแต่เกิดจากการขาดการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็ว และดีเพียงพอจากหน่วยงานภาครัฐ
“จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแล กำหนดแนวทางออกร่วมกับสถาบันการเงิน และเยียวยาความเสียหายในส่วนนี้อย่างเป็นรูปธรรม” นายสกลธี กล่าว
นายสกลธี กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินคดี ทางพรรคประชาธิปัตย์ จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารความเสียหายจากประชาชนตลอดสัปดาห์นี้ เพื่อส่งต่อให้ฝ่ายกฎหมายร่างคำฟ้อง คาดว่าจะสามารถยื่นคำฟ้องชุดแรกต่อศาลปกครองได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจะเปิดรับประชาชนหรือผู้เสียหายรายอื่นที่ต้องการเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ที่มา: ข่าวสด