เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเรียก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงวันเดียวกันนี้ ได้สั่งการหรือติดตามเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ว่า ไม่ได้เป็นการเรียก แต่นัดกันเพื่อหารือ เนื่องจากวันที่ 6-7 พ.ย. แต่ละคนมีภารกิจและช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น จึงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร และมีแผนการดำเนินการในเรื่องที่หารืออย่างไร เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สื่อก็ไปลงว่านายกฯ เรียก ผบ.ตร. มันไม่ถึงขนาดนั้น ตนตกใจเลย วันนี้หลังเที่ยงทุกคนเสร็จภารกิจเลยนัดกัน ไม่ต้องรอถึงวันจันทร์ ไม่มีอะไรพิเศษ มันมีคดีที่ภูเก็ตที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ รื้อถอนโรงแรมที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต เอาคืนมาให้ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการดำเนินคดี และมีเรื่องมูลนิธิ เรื่องสแกมเมอร์ และเรื่องแฮกเกอร์ที่ยุโรป รวมถึงการอำนวยความสะดวกผู้ที่จะเข้ามาชุมนุม เพื่อกำชับว่าใช้ความละมุนละม่อม ในการดูแลผู้ชุมนุมให้ดี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่าให้เกิดความไม่สะดวกกับพวกเขา
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีการออกคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมประชิดทำเนียบ 50 เมตร นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เคยมีคำสั่งห้ามเข้า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามกฎหมายเพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว สถานที่ราชการไม่ใช่เฉพาะทำเนียบรัฐบาล ทุกที่ทั้งศาลากลางจังหวัด กระทรวงต่างๆ เขามีกฎหมายที่ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดเหตุรุนแรงต่อสถานที่ราชการ
เมื่อถามต่อว่าหากผู้ชุมนุมปักหลักค้างคืนจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างให้ดำเนินการตามสิทธิ รัฐบาลรับฟังความต้องการของผู้มาชุมนุมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าตรงไหนดำเนินการให้ได้ก็จะเร่งดำเนินการ ตรงไหนดูแล้วมันห่างไกลในสิ่งที่จะดำเนินการได้ เราก็จะอธิบายให้พวกเขาฟัง ว่าจะหาวิธีให้เป็นไปตามความประสงค์ของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเราไม่ใช่ฝ่ายตรงข้าม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น รัฐบาลมองประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
เมื่อถามถึงขอบเขตระยะเวลาการให้ชุมนุม นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนเรื่องข้อเสนอลดราคาน้ำมันดีเซล 10 บาทนั้น ทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล เมื่อถามอีกว่าจะไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อรับเรื่องด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้อง เราก็จะดำเนินการตามที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้เคยรับหนังสือจากม็อบด้วยตัวเอง ครั้งนี้ไปรับด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีคำว่าจะไปเองหรือไม่ไปเองถ้ามีเหตุมีผล ตนก็ไม่มีปัญหาที่จะพบกับประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าท่านจะมาเป็นผู้ชุมนุมหรือประชาชนอะไรก็แล้วแต่ เพราะท่านคือประชาชนที่ตนต้องรับผิดชอบ ถ้ามีความจำเป็นต้องไปพบ ก็ไปพบไม่มีปัญหา
เมื่อถามอีกว่าหากผู้ชุมนุมมาจำนวนมากจะกระทบกับการเข้าไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ ยิ้มก่อนตอบว่า อย่าเปรียบเทียบไม่เอา
เมื่อถามถึงการประเมินการชุมนุมจะบานปลายขยายเป็นวงกว้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ ทุกคนมาด้วยความสงบ กฎหมายบ้านเมืองมีอยู่สิทธิทุกคนมีอยู่ และเราไม่ได้ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมเพราะมองว่าเป็นสิทธิของประชาชน เราอำนวยความสะดวกและขอให้การชุมนุมเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เรายินดีรับฟังอยู่แล้ว และตนไม่ได้ติดตามการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เคลื่อนจากพื้นที่ภาคใต้ แต่เป็นห่วงทุกคน ตราบใดที่ยังอยู่ในสิทธิที่ตัวเองมีอยู่ ตนก็จะคอยอำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ขออย่าพกพาอาวุธปืนไม่เอา ไปค้นตัวแล้วไปเจออาวุธปืนอะไรแบบนี้ไม่ได้ ต้องมาชุมนุมอย่างสงบและสันติ เพราะทุกวันนี้เรามีกฎหมายชัดเจนว่าหากไม่ใช่ที่ของบ้านเมือง ในขณะปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืนไม่ได้ ตามกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฉะนั้นต้องระวังตรงนี้มากๆ.
ที่มา: เดลินิวส์