“ทัศนัย” จี้ “ยศชนัน” ปมแอบอ้างผลงาน ถามมีมาตรฐานกลางไว้ทำไม หาก อว. ส่งเรื่องให้มหา’ลัยตรวจตัวเอง

“ทัศนัย” จี้ “ยศชนัน” ปมแอบอ้างผลงาน ถามมีมาตรฐานกลางไว้ทำไม หาก อว. ส่งเรื่องให้มหา’ลัยตรวจตัวเอง

“ทัศนัย” จี้ “ยศชนัน” ปมร้องแอบอ้างผลงานวิชาการ ถามมีมาตรฐานกลางไว้ทำไม หาก อว.ส่งเรื่องให้มหา’ลัยตรวจตัวเอง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีข้อร้องเรียนเรื่องการแอบอ้างผลงานทางวิชาการ รวมถึงกรณีที่ตนถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ภายหลังออกมาตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผศ.ดร.ทัศนัย ระบุว่า ตนพร้อมด้วยอาจารย์สุรชัยได้เข้าชี้แจงต่อ กมธ. โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกระทรวง อว. เข้าร่วมชี้แจงด้วย ซึ่งหลังจากรับฟังเป็นเวลาหลายชั่วโมง เห็นว่าสิ่งที่น่าหนักใจกว่ากรณีของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง คือระบบราชการที่สามารถดำเนินการได้ครบทุกขั้นตอน แต่ความยุติธรรมอาจยังไม่เกิดขึ้น

ผศ.ดร.ทัศนัย ระบุว่า อาจารย์สุรชัยเห็นว่าผลงานทางวิชาการของตนถูกนำไปใช้ จึงร้องเรียนต่อมหาวิทยาลัย และเมื่อไม่เชื่อมั่นในกระบวนการภายใน จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐ ทั้ง ป.ป.ช. และกระทรวง อว. โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งหนังสือรับเรื่อง หนังสือส่ง คำชี้แจง การตั้งกรรมการ และผลการพิจารณา แต่ผู้ร้องยังต้องนำเอกสารชุดเดิมไปสอบถามหน่วยงานต่างๆ ว่าใครจะเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างแท้จริง

ผศ.ดร.ทัศนัย ยังตั้งข้อสังเกตต่อคำชี้แจงของผู้แทนกระทรวง อว. โดยระบุว่า เมื่อกระทรวงได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กระทรวงได้ส่งหนังสือไปสอบถามมหาวิทยาลัย ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะตอบกลับว่าได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วและเห็นว่าไม่มีความผิด จากนั้นกระทรวงจึงรับคำตอบดังกล่าวกลับมา

ผศ.ดร.ทัศนัย ตั้งคำถามว่า หากการกำกับดูแลหมายถึงการสอบถามผู้ถูกร้องเรียนว่าได้ตรวจสอบตัวเองแล้วหรือไม่ และเมื่อได้รับคำตอบว่า “ตรวจแล้ว ไม่ผิด” ก็ถือว่าหน้าที่ของหน่วยงานกำกับสิ้นสุดลง ย่อมทำให้เกิดคำถามว่า “การกำกับดูแล” ยังมีความหมายเพียงใด และเหตุใดจึงต้องเปิดช่องทางร้องเรียน หากท้ายที่สุดเรื่องถูกส่งกลับไปให้หน่วยงานที่ถูกร้องเรียนเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองตัวเอง

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ซึ่งกำหนดมาตรฐานกลางเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ โดยเฉพาะข้อ 25.1 ของประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ.2564 ที่กล่าวถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ รวมถึงพฤติการณ์ที่ส่อถึงการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น และการนำผลงานของผู้อื่นไปใช้เสนอขอตำแหน่งทางวิชาการโดยอ้างว่าเป็นผลงานของตนเอง

ผศ.ดร.ทัศนัย ระบุว่า ในที่ประชุมมีคำชี้แจงว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) ไม่มีหน้าที่เข้าไปดำเนินการทางวินัยแทนมหาวิทยาลัย แต่ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามไม่ใช่การขอให้กระทรวงลงโทษบุคลากรแทนมหาวิทยาลัย หากเป็นการตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยรักษามาตรฐานกลางทางวิชาการหรือไม่ โดยเห็นว่า “ไม่มีอำนาจลงโทษแทนมหาวิทยาลัย” กับ “ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยรักษามาตรฐานกลางหรือไม่” เป็นคนละเรื่องกัน

พร้อมระบุว่า ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยมีขึ้นเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีเสรีภาพในการบริหารและสร้างองค์ความรู้ ไม่ควรถูกตีความจนกลายเป็นการตรวจสอบ วินิจฉัย และรับรองตัวเอง โดยหน่วยงานภายนอกถือคำรับรองดังกล่าวเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการ เพราะอาจทำให้ “ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย” กลายเป็น “ความเป็นอิสระจากความรับผิดชอบ”

ผศ.ดร.ทัศนัย ยังตั้งคำถามตรงถึงนายยศชนันว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานกลางทางวิชาการไว้เพื่ออะไร หากเมื่อเกิดข้อร้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยอาจไม่รักษามาตรฐาน หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับทำได้เพียงส่งหนังสือไปสอบถามมหาวิทยาลัย ก่อนนำคำตอบของมหาวิทยาลัยกลับมาตอบประชาชน รวมถึงตั้งคำถามว่า หาก ก.พ.อ. มีหน้าที่กำหนดมาตรฐาน และ สป.อว. มีหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับมาตรฐาน แต่เมื่อมาตรฐานถูกตั้งคำถามกลับไม่มีผู้รับผิดชอบตรวจสอบ แล้วจะมีกระทรวง อว. ไว้ทำไม

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ทัศนัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ตนถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ภายหลังออกมาตั้งคำถามเรื่องความซื่อสัตย์ทางวิชาการ การใช้งบประมาณ และธรรมาภิบาล โดยตั้งคำถามต่อรัฐมนตรี อว. ว่า สิ่งใดทำให้มหาวิทยาลัยไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงมากกว่ากัน ระหว่างคนที่ตั้งคำถาม หรือระบบที่ทำให้คำถามเหล่านี้ไม่มีผู้รับผิดชอบตอบ

“ก่อนจะพูดถึงการขยับอันดับมหาวิทยาลัยไทย ก่อนจะวาดอนาคตวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือพาประเทศไปถึงอวกาศ ผมคิดว่ากระทรวง อว. ยังมีภารกิจพื้นฐานกว่านั้นมาก” ผศ.ดร.ทัศนัย ระบุ

พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงทำให้ระบบตรวจสอบมาตรฐานทางวิชาการเป็นที่เชื่อถือ ผู้ร้องขอความเป็นธรรมไม่ต้องใช้เวลาหลายปีเดินเรื่องระหว่างหน่วยงาน และบุคลากรในมหาวิทยาลัยสามารถตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดำเนินการทางวินัย

“เรื่องพวกนี้ยังไม่ต้องใช้จรวดครับ แค่ทำให้มหาวิทยาลัยไทยรักษามาตรฐานทางวิชาการ และทำให้คนยังเชื่อได้ว่าระบบตรวจสอบมีอยู่จริง ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมแล้ว ก่อนจะพามหาวิทยาลัยไทยขึ้นไปสูงกว่านี้ ช่วยหยุดไม่ให้มันตกต่ำไปกว่านี้ก่อนเถอะครับ” ผศ.ดร.ทัศนัย ระบุ

– “ทัศนัย-สุรชัย” ร่วมชี้แจงกรรมาธิการกฎหมายฯ 20 ส.ค. เปิดข้อมูลข้อพิรุธงานวิจัย “เมืองฮอด” พบคดีมีมติเอกฉันท์ชี้มูลวินัยร้ายแรง

ที่มา: มติชน