“ไชยชนก”ยัน “สตาร์ลิงก์”เข้าไทยต้องทำตามกม. ถือหุ้นเอง 100%ไม่ได้

“ไชยชนก”ยัน “สตาร์ลิงก์”เข้าไทยต้องทำตามกม. ถือหุ้นเอง 100%ไม่ได้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีกระแาสังคมออนไลน์พูดถึงประเด็น สตาร์ลิงก์ เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในเวียดนาม แต่ในไทยกลับไม่เข้ามา ว่าโดยส่วนตัว ยังไม่เห็นด้วยกับการให้ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยโครงสร้างที่ถือหุ้นเอง 100% โดยยังคงแนวทางให้ฝ่ายไทยถือหุ้นมากกว่า 50% หรือโครงสร้าง 51:49 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้นิติบุคคลจดทะเบียนในไทยซึ่งมีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุน มีสถานะเป็นคนต่างด้าว ตามกฎหมาย ขณะที่ หาก สตาร์ลิงก์ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี และมีพาร์ทเนอร์ไทยร่วมดำเนินธุรกิจ ก็เป็นรูปแบบที่สามารถรับได้

“ ด้วย ศักยภาพของ สตาร์ลิงก์ ทั้งด้านเทคโนโลยี ราคา คุณภาพ และความสามารถในการผลิต อยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการรายอื่นแข่งขันได้ยาก หากเปิดให้เข้ามาด้วยโครงสร้างถือหุ้นต่างชาติทั้งหมด อาจกระทบต่อโอกาสของผู้ประกอบการไทยในตลาดโทรคมนาคมและดาวเทียมในอนาคต รวมถึงยังมีประเด็นด้านข้อมูลและความมั่นคงที่ต้องนำมาพิจารณา”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ประเด็นดังกล่าวยังถูกหารือในการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 ซึ่งมีการพูดถึงการอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติเข้ามาให้บริการในประเทศ หรือ แลนด์ดิง ไรท์ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ โดยในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ยังมีแนวทางให้บริษัทไทยถือหุ้นมากกว่า 50%

“หากปล่อยให้ สตาร์ลิงก์ เข้ามาถือหุ้น 100% ผมมั่นใจว่าไม่มีบริษัทไหนแข่งขันกับเขาได้ สิ่งที่ผมกำลังป้องกันไม่ใช่การกันเทคโนโลยีหรือความเจริญ แต่เป็นโอกาสในอนาคตของตลาดไทย ทั้งเรื่องข้อมูล ราคา คุณภาพ และความสามารถในการผลิต หากเขาจริงใจ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและมีพาร์ทเนอร์คนไทย เรารับได้ แต่หากมาในรูปแบบถือหุ้น 100% ผมยอมไม่ได้ ก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ที่เห็นต่างออกไป” นายไชยชนก กล่าว

สำหรับกรณีที่มีการนำ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที มาเปรียบเทียบกับ Starlink นั้นทั้งสองมีเป้าหมายและบริบทแตกต่างกัน โดยภาครัฐไม่ได้มุ่งสร้างระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมของประเทศขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการระดับโลกโดยตรง แต่ต้องการให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นของตัวเอง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกรณีที่ผู้ให้บริการจากภายนอกไม่ให้บริการ

“กำลังจะให้ผมเปรียบเทียบ เอ็นที กับ Elon Musk หรือ Starlink ซึ่งมีความแตกต่างกัน เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างระบบขึ้นมาแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก แต่ประเทศไทยควรมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นของตัวเอง อย่างน้อยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือผู้ให้บริการจากภายนอกตัดสินใจไม่ให้บริการ เรายังมีระบบของประเทศรองรับ” นายไชยชนก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ประเด็น Starlink กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในเวียดนามเมื่อวันที่ 13 ส.ค.69 ขณะที่ Starlink ยังไม่มีบริการเชิงพาณิชย์สำหรับประชาชนทั่วไปในประเทศไทย ส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่า เหตุใด Starlink จึงยังเข้าไทยไม่ได้ และเงื่อนไขใดเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงคือโครงสร้างการถือหุ้น ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันถ้าเข้ามาต้องดำเนินการตามกฎหมายของไทย

ที่มา: เดลินิวส์