แบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผลงานการออกแบบชุดพิธีการสำหรับทีมนักกีฬาไทย ที่จะสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกยะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงรับอีกหนึ่งบทบาทสำคัญตามคำทูลเชิญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการทรงออกแบบชุดพิธีการสำหรับทัพนักกีฬาไทยในครั้งนี้ ด้วยพระวิสัยทัศน์ในการนำศักยภาพของแบรนด์แฟชั่นไทยสู่เวทีนานาชาติและนำเสนอแนวคิดการถ่ายทอดอัตลักษณ์และภูมิปัญญาแห่งผ้าไทย ผ่านงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยความหมาย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งชาติ ผ่านทัพนักกีฬาและทีมงานชายหญิง กว่า 900 คน ที่จะร่วมกันเป็นตัวแทนประเทศไทย ในสนามการแข่งขันระดับเอเชีย
ในงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแฟร์มอนต์ สุขุมวิท 20 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา นางรติรส จุลชาต รองประธานบริหาร แบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย ผ่านแคมเปญวิดีโอและภาพถ่าย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Art of Unity” ถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นหนึ่งเดียวผ่านตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย ได้แก่ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันชายทีมชาติไทย, “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง นักกีฬาเทควันโดชายทีมชาติไทย, “บีม” พิมพิชยา ก๊กรัมย์ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และ “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร นักกีฬาเทเบิลเทนนิสหญิงทีมชาติไทย พร้อมด้วย “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงผู้สร้างตำนานเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัยซ้อน ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณของนักกีฬาไทยผ่านเสื้อผ้าชุดพิธีการ ดีไซน์ทันสมัยตามสไตล์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมกับความมุ่งมั่นของชาวบ้านทอผ้าฝ้ายย้อมครามแห่งหมู่บ้านดอนกอยภูมิปัญญาแห่งงานฝีมือ ด้วยมุมมองของความมุ่งมั่น ความภาคภูมิใจและพลังแห่งความสามัคคี ก่อนรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อรวมใจส่งแรงเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย ลงสนามการแข่งขันในครั้งนี้
นางรติรส จุลชาต รองประธานบริหาร แบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดเผยว่า การมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ชุดพิธีการสำหรับทัพนักกีฬาไทยในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่แบรนด์ SIRIVANNAVARI จะได้ถ่ายทอดความเป็นไทยไปสู่ผู้คนทั่วโลกผ่านภาษาของแฟชั่น โดยมีทัพนักกีฬาไทยเป็นผู้สวมใส่และเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีแห่งเอเชีย
หลังจากที่ก่อนหน้านี้แบรนด์ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานและศักยภาพของแฟชั่นไทย สู่เวทีแฟชั่นโลกใน Milan Fashion Week ต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว ซึ่งครั้งนี้ความตั้งใจของแบรนด์คืออยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความภาคภูมิใจความเป็นหนึ่งเดียว และเรื่องราวของประเทศไทย ที่ซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียดของงานออกแบบโดยองค์ดีไซเนอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงตั้งพระทัยนำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของผ้าไทยมาผสานเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย ด้วยการเลือกผ้าฝ้ายทอมือย้อมครามของ “ดอนกอยโมเดล” จากจังหวัดสกลนคร และผ้าฝ้ายของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาเป็นหัวใจหลักของชุดเพื่อสะท้อนคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทยที่เกิดจากความตั้งใจ ความประณีตและความอดทน เช่นเดียวกับเส้นทางของนักกีฬาที่ต้องผ่านการฝึกฝนและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง กว่าจะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับเอเชีย รวมถึงเพื่อให้ชุดพิธีการนี้เป็นเสมือนพลังและกำลังใจจากคนไทยทั้งชาติที่ร่วมส่งต่อให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในขณะเดียวกันเครื่องแบบนี้ยังเน้นความสง่างาม ความร่วมสมัย และความคล่องตัวตอบโจทย์การใช้งานจริงด้วย
ทางด้าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงรับออกแบบชุดพิธีการสำหรับนักกีฬาไทยในการแข่งขัน Asian Games 2026 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการนำศักยภาพของแบรนด์แฟชั่นไทยและผ้าไทยมาถ่ายทอดบนเวทีระดับนานาชาติ ผ่านงานออกแบบที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย โดยจะเห็นได้ว่าการออกแบบในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นที่ความสวยงาม แต่ยังนำเรื่องราวของประเทศไทยมาถ่ายทอดผ่านรายละเอียดต่าง ๆ จนออกมาเป็นชุดพิธีการที่มีเอกลักษณ์ สง่างามและสามารถสื่อสารความเป็นไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงเชื่อมั่นว่าชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งนี้จะไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ทัพนักกีฬาไทย ยังเป็นอีกหนึ่งภาพแทนของศักยภาพด้านแฟชั่นและงานหัตถศิลป์ไทยบนเวทีโลกด้วย
สำหรับชุดพิธีการโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ออกแบบภายใต้แนวคิด “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ถ่ายทอดพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยที่ร่วมกันส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับเอเชีย ผ่านการผสานซิลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของ SIRIVANNAVARI โดยหัวใจสำคัญ คือการใช้ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” โครงการหมู่บ้านยั่งยืน โครงการภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ จังหวัดสกลนคร และผ้าฝ้ายทอจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมผ่านทักษะ ความอดทน และความประณีตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การย้อมครามด้วยวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงการทอด้วยมือ เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ต้องอาศัยระเบียบวินัย ความมุ่งมั่น และการฝึกฝนจนชำนาญ ผ้าดอนกอยแต่ละผืนจึงมีลวดลายและเฉดสีที่แตกต่างกันตามกรรมวิธีของช่างทอแต่ละคน สะท้อนเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ที่ไม่มีผืนใดเหมือนกัน แต่เมื่อนำมาหลอมรวมเป็นชุดพิธีการของนักกีฬาทั้งคณะกลับถ่ายทอดภาพแห่งความเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างงดงามและกลมกลืน
ชุดพิธีการในครั้งนี้ออกแบบสำหรับนักกีฬาชายและหญิง เป็นเครื่องแบบ 4 ชิ้นประกอบด้วย “เสื้อสูท” ที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายทอมือ นำเสนอผ่านซิลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ด้วยแจ็กเกต 3 กระเป๋า พร้อมรายละเอียดงานที่สื่อถึงความเป็นทีมชาติไทย และกระดุมพิมพ์โลโก้แบรนด์, “เสื้อเชิ้ตสีขาว” กับปกเสื้อทรงยาวปลายแหลม พร้อมแผงอกที่ปักลวดลายพิเศษ บอกเล่าเรื่องราวของสองวัฒนธรรม ไทย-ญี่ปุ่น อย่างงดงาม, “กางเกงขายาว” ที่ตัดเย็บจากผ้าสูทสากล สีเดียวกับเสื้อพร้อมรายละเอียดเปิดปลายขาด้านข้าง ตัวล็อกปรับขนาดเอวและตกแต่งโลโก้นกยูงสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งนับเป็นการประยุกต์ผ้าไทยให้เข้ากับสากลได้อย่างลงตัว และเติมเต็มลุคด้วย “เนกไท” ผูกปมแบบ “Diamond Knot” เอกลักษณ์ของ SIRIVANNAVARI
ชุดพิธีการสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของคนไทย ที่ถ่ายทอดผ่านงานออกแบบซึ่งให้ความสำคัญทั้งด้านความงามของรูปแบบ วัสดุที่เลือกใช้และความคล่องตัวในการสวมใส่ของนักกีฬาควบคู่ไปกับการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม งานหัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านมุมมองการออกแบบร่วมสมัย
พร้อมกันนี้ ชุดพิธีการดังกล่าวยังสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ในฐานะเจ้าภาพการแข่งขันผ่านภาษาของแฟชั่นที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ของทั้งสองวัฒนธรรม ถ่ายทอดคุณค่าของความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียวและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เพื่อร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไทยก้าวสู่เวทีแห่งเอเชียอย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี ร่วมเชียร์นักกีฬาไทย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ได้ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.นี้
ที่มา: เดลินิวส์