ผู้การนนทบุรีสั่งย้ายขาด ตร.ปากเกร็ดรุมทำร้ายตำรวจด้วยกัน ฟันวินัย-อาญา
4 พ.ย. 69 11:03 น. · สรุปจาก 6 ข่าว 6 สำนัก (แนวหน้า, ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ, เดลินิวส์, ข่าวสด, มติชน)
ผู้การนนทบุรีสั่งย้ายขาด ด.ต.และพวกสังกัด สภ.ปากเกร็ด ที่ถูกร้องว่ารุมทำร้ายตำรวจด้วยกันจนหมดสติในร้านคาราโอเกะ ตั้งกรรมการสอบวินัย พร้อมดำเนินคดีอาญา

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีข้าราชการตำรวจนายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2569 ว่าถูกข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวก ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหมดสติ เหตุเกิดในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อช่วงดึกของวันที่ 31 ต.ค. 2569 โดยผู้เสียหายได้มอบพยานหลักฐานทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุให้พนักงานสอบสวนใช้ดำเนินคดี
ความเป็นมา: ภาพและคลิปจากร้านคาราโอเกะแพร่ในโซเชียลจนเป็นกระแสแรง เห็นชายหัวล้านในเสื้อยืดสีขาวยืนคร่อมคู่กรณีบนโซฟาสีแดงขณะมีการรุมทำร้าย ข่าวสดและมติชนรายงานเพิ่มเติมว่าผู้เสียหายเป็นตำรวจหน่วยคอมมานโดที่นั่งดื่มกับแฟนในร้าน ก่อนมี ด.ต. มาทักและอ้างตัวว่าเป็นตำรวจปากเกร็ด แล้วเรียกลูกน้องเข้ามารุมกระทืบ
ความคืบหน้าล่าสุด: พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี สั่งดำเนินการเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา โดยให้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความยุติธรรม
ท่าทีของ ตร.: โฆษก ตร. ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายเน้นย้ำเรื่องวินัยและการประพฤติตนของข้าราชการตำรวจอย่างเคร่งครัด หากพบผู้กระทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม จะดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการปกป้องหรือละเว้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร
สถานะตอนนี้: ผู้ถูกกล่าวหาถูกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมแล้ว คดีอาญาอยู่ในมือพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด และคณะกรรมการสอบวินัยเริ่มทำงาน ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือผลการสอบวินัย การแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และอาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย




ข่าวต้นทาง (6)
สรุปนี้เรียบเรียงโดย NUMXO จากข่าวต้นทางด้านบนเท่านั้น รายละเอียดฉบับเต็มอ่านได้ที่ข่าวแต่ละชิ้น