โรนัลโด้ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกส ปิดตำนาน 23 ปี 146 ประตู
5 พ.ย. 69 18:47 น. · สรุปจาก 4 ข่าว 4 สำนัก (ไทยรัฐ (กีฬา), สยามสปอร์ต, PPTV, ข่าวสด)
คริสเตียโน โรนัลโด วัย 41 ปี ประกาศอำลาทีมชาติโปรตุเกสอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 พ.ย. หลังรับใช้ชาติ 23 ปี ถือสถิติลงสนาม 234 นัด ยิง 146 ประตู จะคืนเสื้อเบอร์ 7 หลังจบเบรกทีมชาติ

โรนัลโดเผยแพร่คลิปวิดีโอและแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 ยืนยันการตัดสินใจยุติบทบาทนักเตะทีมชาติ ด้วยข้อความว่า "โปรตุเกสจะยังคงอยู่ในตัวผมตลอดไป" และระบุว่า "วันนี้ผมขอจบเส้นทางบนผืนหญ้าในฐานะนักกีฬาทีมชาติ ผมจากไปโดยเชิดหน้าชูตาด้วยความภาคภูมิใจในเส้นทางที่ได้เดินผ่านมา พร้อมกับตระหนักว่าผมได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้กับโปรตุเกสแล้ว"
เจ้าตัวกล่าวอีกว่า "ประตูที่ทำได้ก็ผ่านไป ถ้วยรางวัลต่างๆ ก็ไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ สถิติทั้งหลายก็ย่อมถูกทำลายลงในที่สุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือนไปได้ นั่นคือพื้นที่ที่เราได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของผู้คน" พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อนร่วมทีม สต๊าฟโค้ช ครอบครัว และแฟนบอลชาวโปรตุเกสทั่วโลก ย้อนรำลึกถึงความเสียสละ ชัยชนะ และความพ่ายแพ้ตลอดเส้นทาง
ความเป็นมา: โรนัลโดติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อ 20 ส.ค. 2546 ขณะอายุ 18 ปี ลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่รวม 234 นัด ยิง 146 ประตู และมี 46 แอสซิสต์ ตามข้อมูลของสยามสปอร์ต เป็นเจ้าของสถิติลงสนามและสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลในทีมชาติชาย คว้าแชมป์ยูโร 2016 และยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2 สมัย (2018–19 และ 2024–25) ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 6 สมัย ได้แก่ ปี 2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026 ไทยรัฐระบุว่าเขายังมีสถิติทำประตูรวมทุกรายการ 985 ประตู
ก่อนหน้านี้: ในช่วงเบรกทีมชาติรอบล่าสุดเกิดดราม่าระหว่างโรนัลโดกับ ฮอร์เก เชซุส กุนซือคนใหม่ จนเจ้าตัวเดินทางออกจากแคมป์ และทำให้อนาคตกับทีมชาติไม่แน่นอน สยามสปอร์ตรายงานว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องโอกาสลงสนามและความเห็นไม่ตรงกับโค้ช แม้ช่วงแรกเจ้าตัวจะยังมีแผนเล่นต่อ แต่หลังทบทวนอย่างรอบคอบก็ตัดสินใจยุติ
สถานะตอนนี้: โรนัลโดยังค้าแข้งระดับสโมสรต่อไป โดยเป็นกัปตันทีมและกำลังสำคัญแนวรุกของอัล นาสเซอร์ ขณะใกล้ครบรอบวันเกิดอายุ 42 ปี ประเด็นที่ต้องดูต่อคือพิธีคืนเสื้อเบอร์ 7 หลังจบช่วงเบรกทีมชาติเดือน พ.ย. นี้



ข่าวต้นทาง (4)
สรุปนี้เรียบเรียงโดย NUMXO จากข่าวต้นทางด้านบนเท่านั้น รายละเอียดฉบับเต็มอ่านได้ที่ข่าวแต่ละชิ้น