ชาวจันท์ยื่น 2 หมื่นชื่อหน้าทำเนียบ ค้านอ่างวังโตนด 7,200 ล้าน
8 พ.ย. 69 18:06 น. · สรุปจาก 4 ข่าว 4 สำนัก (ไทยรัฐ, One31, PPTV, Thai PBS)
ชาวจันทบุรีกว่า 50 คนยื่นรายชื่อ 2 หมื่นคนที่ทำเนียบฯ เมื่อ 8 พ.ย. จี้นายกฯ ทบทวนสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด งบ 7,200 ล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติเมื่อ 5 ส.ค. อ้างทำลายป่าเขา 15 ชั้น

กลุ่มประชาชนคนรักษ์จันท์ นำโดยนายพชรดนัย ใจเที่ยง หรือ "บอสเอก" พาชาวจังหวัดจันทบุรีกว่า 50 คนมาที่สะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ช่วงบ่ายวันที่ 8 พ.ย. 2569 ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี พร้อมรายชื่อประชาชนราว 20,000 คน ขอให้ทบทวนโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ซึ่ง ครม.อนุมัติเมื่อ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผู้ชุมนุมถือป้ายผ้าและสวมเสื้อ "Save ป่าเขา 15 ชั้น" ระบุว่าโครงการใช้เงินภาษีกว่า 7,200 ล้านบาท โดยไม่เกิดประโยชน์ต่อชาวจันทบุรี และจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้น ที่คนรุ่นปู่ย่าตายายหวงแหนมาจนถึงปัจจุบัน นายพชรดนัยบอกว่าตนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการปกป้องธรรมชาติ และขอให้รัฐบาลนำงบสร้างอ่างที่ 4 ไปบริหารจัดการน้ำของอ่างทั้ง 3 แห่งที่สร้างไปแล้วให้ดีขึ้นก่อน
เหตุผลของชาวบ้านคือ อ่างเก็บน้ำ 3 แห่งเดิมส่งน้ำไปเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในชลบุรีและระยอง ชาวจันทบุรีไม่ได้ใช้ประโยชน์ นายสันติ ตันศรีสกุล เจ้าของสวนทุเรียน เล่าว่าหน้าฝนอ่างกักน้ำไว้มากจนรับน้ำฝนเพิ่มไม่ได้ น้ำท่วมบ้านเรือนและสวนผลไม้เสียหาย พอหน้าแล้งชาวบ้านกลับต้องซื้อน้ำราคาแพงมาใช้ในกิจการ นายพชรดนัยยังวิจารณ์ว่าข้าราชการในพื้นที่ดูแลประชาชนไม่ได้จริง
ก่อนหน้านี้ชาวจันทบุรีเคยรวมตัวคัดค้านที่ศาลากลางจังหวัดและล่ารายชื่อมาต่อเนื่อง การมาทำเนียบครั้งนี้ตรงกับวันที่ขบวนของกำนันมะโน เครือแก้ว แกนนำกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) กำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องลดราคาน้ำมัน ชาวจันทบุรีจึงมาสมทบและรอต้อนรับขบวน ขณะที่ตำรวจนครบาลปิดการจราจรรอบทำเนียบ 4 จุดรับมือผู้ชุมนุม
สถานะตอนนี้: ผู้ชุมนุมยื่นหนังสือและรายชื่อแล้ว ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาลว่าจะทบทวนโครงการหรือไม่ ต้องติดตามท่าทีของนายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ครม. ต่อข้อเรียกร้อง รวมถึงการชุมนุมที่ทำเนียบ





ข่าวต้นทาง (4)
สรุปนี้เรียบเรียงโดย NUMXO จากข่าวต้นทางด้านบนเท่านั้น รายละเอียดฉบับเต็มอ่านได้ที่ข่าวแต่ละชิ้น